5 หนังรักตลอดกาล!

Punch-Drunk Love : เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “แบรี่” (Adam Sandler) ชายหนุ่มที่มีพี่สาวน้องรวมกันถึง 7 คน
เขามีลักษณะเพี้ยน ๆ ในสายตาคนในครอบครัว เช่นแต่งสูทไปทำงาน
ซื้อพุดดิ้งจำนวนมหาศาลเพื่อสะสมไมล์แลกตั๋วเครื่องบิน ประหม่าเวลาคุยกับผู้หญิง
มีอาการเก็บกดต้องระบายออกด้วยความรุนแรง และแอบขี้แยในบางเวลา ในสายตาคนนอกมองว่าเขาเพี้ยน ๆ ไม่เต็ม
แถมในวัยเด็กก็ถูกล้อจากพี่น้องที่เป็นผู้หญิงซึ่งมันก็ส่งผลมาถึงตอนโต แต่เมื่อเขารู้จักลีน่า (Emily Watson)
เพื่อนของพี่สาวที่ยอมรับตัวตนของเขาได้ ความสัมพันธ์ก็เริ่มก่อตัวท่ามกลางปัญหาถูกตามล่าจากอันธพาลแก๊ง sexphone ที่เขาเคยใช้บริการ

Beginners : “โอลิเวอร์” (Ewan McGregor) โตมากับครอบครัวที่เขารู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้รักกัน จนเมื่อแม่เสียชีวิต
พ่อของเขาก็ประกาศตัวเป็นเกย์และใช้ชีวิตเกย์อย่างเปิดเผยด้วยอิทธิพลในวัยเด็กจากครอบครัวทำให้เขามองความรัก
เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน เขากลัวการพัฒนาความสัมพันธ์กับหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับ &แอนนา&ในงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง หญิงสาวที่ดูจะเข้าใจเรื่องราวความสูญเสียในชีวิตของเขา
เขาจะจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ในใจอย่างไร ต้องไปชมกันเองครับ

It Could Happen to You:ชาลีย์(Nicolas Cage) ถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่ เขาได้เงิน 4
ล้านเหรียญแต่ก็ยังมีความสับสนว่าควรทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอีวอน(Bridget Fonda)
สาวเสิร์ฟที่เขาสัญญาว่าจะทิปเธอด้วยครึ่งหนึ่งของล็อตเตอรี่ในความเป็นคนดีของชาลีย์เขาก็ยังมีความเป็นมนุษย์ที่มีความโลภ
ความสับสน แต่สุดท้ายเขาก็ให้ทิปเธอจำนวน 2 ล้านเหรียญ

In the Mood for Love : สามีภรรยาสองคู่ย้ายมาอยู่ห้องติดกัน &เหลียง เฉาเหว่ย&และ &จาง ม่านอวี้&
ต่างสงสัยว่าคู่รักตัวเองแอบนอกใจไปคบชู้กันจึงเกิดพื้นที่ว่างที่ทั้งสองคนต้องอยู่คนเดียวและได้มาทำความรู้จักกันโด
ยที่ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะไม่ทำผิดเหมือนคนรักของตัวเอง

Casablanca : ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2ริค(Humphrey Bogart) ชาวอเมริกันที่อดีตเคยเป็นนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพ
ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของไนท์คลับที่โด่งดังที่สุดในคาซาบลังก้าสถานการณ์ของเรื่องเริ่มขึ้นเมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เยอรมัน
ถูกฆาตกรรมชิงเอกสารผ่านแดนจำนวน 2 ใบ และผู้ก่อเหตุได้นำมันมาฝากไว้กับริค
หนังเดินเรื่องรักสามเส้าและสงครามด้วยการมาของลัซโล(Paul Henreid)ผู้นำการต่อสู้ใต้ดินกับอิลซ่า(Ingrid Bergman)
ภรรยาของเขาที่ต้องการเอกสารผ่านแดนสองใบดังกล่าวเพื่อเดินทางไปยังอเมริกา
และการมาของผู้พันสตรัสเซอร์จากเยอรมันซึ่งมีจุดประสงค์ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เอกสารผ่านแดนตกไปอยู่ในมือของลัซโล
แล้วผู้ชมก็ได้รับรู้ว่าอิลซ่าเคยเป็นอดีตคนรักของริค และเธอได้ทิ้งเขาที่สถานีรถไฟในปารีส…

นิโคลัส เคจ ผลงานที่น่าจดจำก่อนล้มละลาย

หนังแอ็คชั่นควบคู่กับการผจญภัย
การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของผู้อํานวยการสร้าง เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์
กับดารานําชาย นิโคลัส เคจ ซึ่ง เคยสร้างความทรงจําดีๆ ให้แฟนหนังจากผล
งานสุดมัน Con Air และ The Rock ใน National Treasure ภาค 1 ซึ่งถูกมองว่าเป็น
ส่วนผสมของ Indiana Jones, Tomb Raider และ The Mummy

นิโคลัส เคจ มารับบทเบนจามิน แฟรงคลิน เกตส์ นักโบราณคดีนัก ผจญภัย
(คาแรกเตอร์เดียวกับตัวละครเอกใน หนัง 3
เรื่องที่เอ่ยชื่อมา)ตลอดชีวิตเบนจามินติดตามค้นหา
ขุมทรัพย์ที่ไม่มีใครเชื่อว่ามีอยู่จริง นั่นคือ ขุมสมบัติล้ําค่าของกลุ่มอัศวินผู้ทําหน้าที่
คุ้มครองชาวคริสต์เดินทางไปกรุงเยรูซาเลม

เขาเชื่อว่าลายแทงขุมทรัพย์ต้องอยู่ที่ไหนสัก
แห่งในอเมริกาเขาสืบจนพบว่าลายแทงสมบัติซ่อนอยู่
ด้านหลังแผ่นคําประกาศอิสรภาพของอเมริกาซึ่งอยู่ในความดูแลของ อบิเกล เชส
(ไดแอนครเกอร์) หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
เขาต้องไปขอความ ช่วยเหลือจากเธอ
และใช้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ระดับอัจฉริยะของเพื่อนคู่หู (จัสติน บาร์ธา)
ในการถอดรหัสลับ

เมื่อมีฝ่ายพระเอกก็ต้องมีฝ่ายผู้ร้าย..กลุ่ม ผู้ร้ายในหนังเรื่องนี้นําโดย เอียน ฮาว
(ฌอน ปืน) มหาเศรษฐีนักล่าสมบัติชาวอังกฤษ
ซึ่งทําทุกวิถีทางเพื่อเป็นเจ้าของขุมทรัพย์อันล้ําค่าการล่าสมบัติและไล่ล่านักล่าสม
บัติเกิด ขึ้นในหลายโลเคชั่น ไล่เรียงตั้งแต่ซากเรือ โบราณใต้อาร์กติก
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สหรัฐฯ ห้องสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ อนุสาวรีย์ สําคัญๆ
ในวอชิงตัน ระฆังประกาศ อิสรภาพในฟิลาเดลเฟีย โบสถ์ทรินิตี้ใน วอลล์สตรีท
และสุสานใต้ดินในแมนฮัตตัน

จากโลเคชันและเรื่องราวดังกล่าว ทําให้ นักวิจารณ์บางคนมองว่า National Treasun
เป็นหนังผจญภัยที่จะทําให้ผู้ชมได้รับรู้เกรี ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

โดยเฉพาะการปฏิวัติ ในอเมริกา
และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้น

กว่าจะออกมาเป็น National Treasure หนังเรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อ 6 ปีก่อน ตอนที่ โอเรน
เอวีฟ คิดพล็อตหลักขึ้นมาได้ จากพล็อตหลัง ของเขา
หนังเรื่องนี้ต้องใช้คนเขียนบทถึง 9 คน จนกระทั่งได้บทสุดท้ายที่ใช้ในการถ่ายทํา
ซึ่ง เป็นเครดิตของ เท็ด เอลเลียต กับ เทอร์รี รอสซิโอ เจ้าของบทภาพยนตร์ Pirates
Of The Caribbean ทั้งภาค 1 ที่ออกฉายไปแล้ว และ ภาค 2 ที่กําลังลงมือสร้าง

ใครที่เคยชอบ Con Air, The Rock, Indiana Jones, Tomb Raider, The Mummy
ซึ่งมีบางแง่มุมเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กับ หนังเรื่องนี้ มีสิทธิ์ที่จะชอบ National Treasure
ไม่ต่างจากหนังทั้งหลายที่เอ่ยชื่อมาและยังสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ของอเมริกั
นไปในตัวอีกด้วย…

Ballerina สาวน้อยเขย่งฝัน

Ballerina
ชื่อภาษาไทย : สาวน้อยเขย่งฝัน
ประเภท : แอนิเมชั่น
แนว : Animation
ผู้กำกับ : Eric Summer, Éric Warin
ฉาย : 12 มกราคม 2017
ต้อนรับเทศกาลวันเด็กปี2017 ด้วยอนิเมชั่นสุดสนุก เข้าฉายรับวันเด็ก 12 มกราคม ปี 2017
กำกับโดย Eric Summer, Éric Warin
เรื่องราวเกี่ยวกับสาวกำพร้ายากจนที่ทำให้ความฝันของการเป็นนักบัลเล่ต์และได้รับโอกาสในการออดิชั่น
สำหรับโรงเรียนที่มีชื่อเสียง
Ballerina เป็นอนิเมชั่นที่ส่งใจให้ถึงเด็กๆที่มีความฝัน เดินตามความฝันอย่าท้อถอยแม้ว่ามันจะลำบากแค่ไหน
ถ้าเรามีความไม่ย่อท้อก็จะสามารถประสบความสำเร็จ
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการปล่อยตัวในโรงภาพยนตร์ในฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม
พ.ศ. 2559 ตามมาด้วยการเผยแพร่ในหลายประเทศในช่วงหลายเดือน ต่อมาในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการปล่อยตัวเข้ามาฉายที่ประเทศไทย

เรื่องย่อ
“เฟลิซี” เด็กสาวกำพร้าผู้มีความฝัน อยากจะเป็นนักบัลเลต์ที่มีชื่อเสียง เธอจึงร่วมมือกับ วิกเตอร์
เด็กหนุ่มผู้มีความฝันเป็นนักประดิษฐ์
ทั้งคู่จึงได้ร่วมมือกันในการหาทางออกจากสถานเด็กกำพร้าเพื่อเข้าโรงเรียนบัลเลต์ชั้นนำในปารีส
แต่ก็ต้องเจออุปสรรคทั้งการฝึกที่เคี่ยวเข็ญและคู่ปรับจอมอิจฉา คามิลล์ ที่มักจะก่อความวุ่นวายให้ “เฟลิซี”
อยู่เสมอแล้วความฝันของเฟลีซีจะเป็นจริงหรือไม่ ไปชมกันได้เลยทุกเว็บไซตร์
สำหรับเอนิเมชั่นเรื่องนี้นับตั้งแต่เข้าฉายทั่วโลกกวาดเงินจากคนดูไม่มากเท่าไหร่นักเก็บไปได้เพียง106.1 ล้านเหรียญ…

School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า..

เรื่องผีมีอยู่ว่า
ชื่ออังกฤษ : SCHOOL TALES
ประเภท : ภาพยนตร์ไทย
แนว : สยองขวัญ
ผู้กำกับ : ภาส พัฒนกำจร
ค่าย : Five Star Production
ฉาย : 12 มกราคม 2017
ว่ากันว่าทุกโรงเรียนล้วนมีเรื่องเล่าสยองขวัญที่เล่าต่อ ๆ กันมาไม่ว่าจะเป็นผีคุณครูสุดสยอง
ผีนักเรียนที่ถูกฆ่า หรือเหยื่อที่ต้องสังเวยชีวิตให้แก่วิญญาณอาฆาตจนกลายเป็นหนัง
ซึ่งเป็นภาพยนต์ที่น่ากลัวไม่แพ้ชาติใดในโลก School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า
School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า ถือเป็นหนังไทยที่เข้าฉายในช่วงเวลาที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัส
เพราะต้องไปปะทะหนังฝรั่งดังๆ ที่เข้ามาฉายชนโรงฉายพร้อมกันอยู่หลายเรื่อง ในช่วง 12 มกราคม 2017
ไม่ว่าจะเป็น La La Land นครดารา ที่เพิ่งกวาดไปถึง 7 รางวัลลูกโลกทองคำ หรือ Arrival ผู้มาเยือน
ไปชมตัวอย่างแล้วกัน https://www.youtube.com/watch?v=0IJo6AtgWdk
เรื่องย่อ
ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มนักเรียน ม.ปลายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง
งวงโยธวาทิตของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ต้องเก็บตัวค้างที่โรงเรียนเพื่อฝึกซ้อม
ทว่าในการค้างแรมนั้นได้สมาชิกในวงได้พลัดกันเล่าเรื่องผี การล้อมวงเล่าเรื่องผีที่เล่าต่อกันมาของโรงเรียน
เป็นเรื่องที่แสนน่ากลัว ทุกคนต่างผลัดกันเล่าถึงความน่ากลัวและจบลงที่การลองของ
เรื่องราวระทึกขวัญจึงเกิดขึ้น ตามเรื่องราวสยองขวัญทั้ง 3 เรื่อง ที่พวกเขาได้ดำเนินรอยตาม…
ไปชมกันเอาเองแล้วกันในเว็บไซต์ทั่วไป
บอกได้เลยเอฟเฟกต์แต่งหน้าตัวละครผีออกมาได้น่าขยะแขยงขั้นสุด
ชนิดที่เรียกว่าเห็นผีโผล่มาเมื่อไหร่ผู้ชมคงจะรู้สึกอี๋…มากกว่ารู้สึกกลัว…

หนังในตำนาน ที่ทุกคนรู้จัก

1.Harry Potter
เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าในเวอร์ชั่นของหนังสือ ภาคนี้เป็นภาคที่ดีที่สุด
และเวอร์ชั่นของภาพยนตร์ก็เช่นกัน Alfonso Cuarón
คือผู้กำกับที่ร้อยเรียงความเหนือจินตนาการของเรื่องนี้ออกมาได้ดีมากๆ

2.Toy Story
ถึงภาคแรกจะมีทั้งความน่ารักและเป็นเรื่องแอนิเมชั่นสุดน่ารักขนาดไหน
แต่ภาคต่อของมันกลับตีแผ่เรื่องราวเกี่ยวกับความดีงามและมิตรภาพมากกว่า

3.Mad Max 2
ถึงแม้ภาคแรกจะได้รับคำชมเป็นอย่างมากว่าสะท้อนให้เห็นถึงโลกหลังการล่มสลาย ได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่ภาคต่อ The Road Warrior นี้อัพเกรดตัวละครหลักให้โหดดิบเถื่อนมากขึ้นในโลกอันโหดร้าย
ทำให้เขาไม่ได้เป็นแค่ชายเร่ร่อนกระจอกๆ อีกต่อไปแล้ว

4.Bill &Ted’s Bogus Journey
สำหรับภาคต่อของหนังเรื่องนี้ต้องบอกว่า Keanu Reeves แสดงออกมาได้สมบทบาทมาก ทั้งโง่ ทั้งตลก
โดยเฉพาะฉากที่เล่นบาสโดยใช้หัว

5.Jump Street
ภาคต่อของ 21 Jump Street เป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายเป็นอย่างมากเพราะว่าภาคแรกทำออกมาได้ไม่ค่อยดี
เท่าไหร่ แต่ภาคนี้ฉีกความคาดหวังว่ามันจะห่วยซะกระจุย ต้องขอบคุณสองผู้กำกับอย่าง Phil Lord และ Chris Miller

6.Army of Darkness
ซีรีย์ของ Evil Dead นั้นทำออกมาดีอยู่แล้ว แต่ภาค Army of Darkness นั้นป่าเถื่อนสุดจินตนาการ
แถมยังสนุกสุดๆ อีกด้วยล่ะ โดยเฉพาะฉากสต็อปโมชั่นของกองทัพโครงกระดูกนี่คือตำนานเลยทีเดียว

7.The Bride of Frankenstein
Frankenstein ภาคแรกก็ออกมาดีและเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว ภาคต่อก็คงไม่จำเป็นสำหรับหนังเรื่องนี้ แต่ The
Bride of Frankenstein กลับทำออกมาได้ฉีกแนวมาก เป็นหนังสยองขวัญที่จะไม่ทำให้คุณกลัว
และไม่เคยมีหนังสยองขวัญใดๆ ที่ทำออกมาได้เหมือนกับเรื่องนี้…

8.The Dark Knight
ต้องบอกว่าภาคนี้เฉิดฉายเพราะ Joker ที่รับบทโดย Heath Ledger จริงๆ ทั้งน่ากลัว เฉียบคม ตลก
และคาดเดาไม่ได้ บทของเรื่องนี้ก็ถือว่าปกติ แต่เพราะนักแสดงนี่แหละ ที่ทำให้เรื่องนี้มันสุดยอด

9.Batman Returns
เราสามารถเห็นจินตนาการอย่างสุดขั้วของ Tim Burton ได้ในภาคนี้ มุมมองเกี่ยวกับเมือง Gotham ของเขา
แถม Michelle Pfeiffer ที่รับบทเป็น Catwoman ก็แสดงออกมาได้ดีสุดๆ อีกด้วย

10.The Hunger Games
มีหลายเสียงและหลายๆ คนพูดว่าหนังเรื่องนี้นั้นเยิ่นเย้อและกินเวลานานจนเกินไป
แต่ภายในภาคนี้กลับแสดงให้เห็นด้านมืดเกี่ยวกับสื่อและโลกอนาคตได้เป็นอย่างดี

The shape of water หนังดีการันตีออสการ์ 2018

ในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 90 ประจำปี 2018
เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา The shape of water
นั้นสามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปถึง 4 รางวัลใหญ่ ได้แก่
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม
และรางวัลสาขาออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม
โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ กิลแลร์โม เดล โทโร
เป็นแนวแฟนตาซี-โรแมนติค ที่ได้เล่าถึงเนื้อหาของอิไลซ่า
สาวใบ้ที่ทำงานอยู่ในศูนย์วิจัยแห่งหนึ่งทำให้เธอได้เจอกับสัตว์ประหลา
ดที่อยู่ในน้ำ จนเกิดมีความพูกผันกัน และกลายเป็นความรัก
แม้ว่าในแง่ของชีวิตนั้นจะต่างกันสุดขั่ว
เธอสามารถสื่อสารกับสัตว์ประหลาดได้ และรับรู้ถึงจิตใจ
เมื่อได้ทราบข่าวว่าจะการจับสัตว์ประหลาดไปทำลาย
เธอจนต้องหาทางช่วยออกมาให้ได้ทันก่อนเวลา
นอกจากนี้ยังตกตกเป็นเป้าของสายลับสหภาพโซเวียต
ที่แทรกซึมเข้ามาเป็นนักวิทยาศาสตร์ในโครงการด้วยเช่นกัน
ทำให้หนังมีพล็อตหลักๆ
ที่ซ้อนทับกันอยู่ถึงสองเรื่องราวหนึ่งคือเรื่องราวโรแมนซ์
หนึ่งคือเรื่องของการแหกที่คุมขัง การหลบหนี
ที่ทอประเด็นของคนนอกหรือลำดับชั้นของความเป็นคนใส่เข้ามาได้อย่า
งกลมกลืน เนียนสนิท ไม่มีแง่มุมไหนที่หลุด หรือโดดออกไปจากเรื่อง
ในแบบงานขายความบันเทิงที่ดูให้สนุกก็สนุก ดูให้ซาบซึ้งก็ซาบซึ้ง
ให้ประทับใจก็ประทับใจ ต่อให้สามารถคาดเดาอะไรหลายๆ

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงเรื่องราวของความรักอันงด
งาม แม้ว่าไม่ใช่มนุษย์กับมนุษย์ก็ตาม
ซึ่งทั้งสองต่างเติมเต็มความอบอุ่นให้กันและกัน
แต่ทว่าก็แฝงไปด้วยความตื่นเต้น ของการหลบหนี การตามล่า
เรียกได้กว่าเป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานหลากหลายสไตล์ไม่ว่าเป็น

ไซไฟ โรแมนติก อิโรติก ผจญภัย ทริลเลอร์ สงคราม และ
มิวสิคเคิ่ลอีกด้วย

ส่วนสิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมของออสการ์
นั้นก็มองได้หลากหลายแบบทั้งในเรื่องของตัวนักแสดงฉากต่างๆ
รายละเอียดที่ทำออกมาได้อย่างสุดยอด
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจกันคงจะหนีไม่พ้น
ความสัมพันธ์ของอิไลซ่าและเจ้าสัตว์ประหลาดน้ำ เป็นสิ่งที่งดงาม
แม้ว่าอิไลซ่าจะเป็นใบ้
มีเพื่อนข้างบ้านและเพื่อนแม่บ้านที่ทำให้เธอไม่โดดเดี่ยว แต่ลึกๆ
เธอก็หัวใจและต้องการใครซักคนที่ได้ยินเสียงข้างในของเธอจริงๆ
ซึ่งสัตว์ประหลาดน้ำนั้นคือสิ่งที่เธอตามหา มันพูดไม่ได้
มันใช้ภาษามือแบบที่เธอใช้
เหมือนกับเราเข้าใจว่าสองสิ่งมีชีวิตนี้พูดคุยกันได้อย่างไร
ทำให้เรารู้สึกอยากจะเอาใจช่วยให้ทั้งคู่ผ่านพ้น
และยังทำให้เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของทั้งคู่แม้จะไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด
ๆออกมาซักคำ
นับว่าเป็นอีกหนึ่งาภาพยนตร์ที่น่าสนใจและควรหามาชมสักครั้ง…

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1971 : Fiddler on the Roof

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1971เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Fiddler on the
Roof หรือ บุษบาหาคู่ภาพยนตร์เพลงคอมเมดี้ดราม่าที่ดัดแปลงมาจากละครเวทีบรอดเวย์ ภายใต้ฝีมือการกำกับของ นอร์แมน เจวิสัน
ภาพยนตร์เรื่อง Fiddler on the Roof หรือ บุษบาหาคู่กล่าวถึงชีวิตชาวยิวที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ ของรัฐอูเครน
ประเทศโซเวียต ก่อนเกิดการปฎิวัติ นำแสดงโดย เชม โทโพลนักแสดงชาวอิสราเอล วัย 36 กะรัต
ซึ่ง โทโพล ถือว่าแจ้งเกิดเต็มตัวในภาพยนตร์ Fiddler on the Roof หรือ บุษบาหาคู่ แม้จะไม่ใช่ดาราใหม่อะไรกับบทนี้
เพราะเคยแสดงเป็น เทวี่ มาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มเมื่อละครเรื่องนี้เปิดแสดงที่เวทีที่ลอนดอน ในประเทศอังกฤษ
เมื่อ บริษัทยูไนเต็ดอาร์ทติสค์ คิดกลับไปกลับมาหลายตลบจึงมาถึงจุดสรุปที่ว่าให้ โทโพล มาแสดงนั้นไม่เป็นปัญหา
แต่ชื่อเต็มของเขาที่เรียกว่า เช็ม โทโพล นั้นฟังไม่ค่อยคุ้นปากคนอเมริกันเท่าไร เลยตกลงเรียกชื่อสั้นๆ ว่าโทโพล
นั่นจึงทำให้ เช็ม โทโพล คนนี้ กลายมาเป็น โทโพล
ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในปัจจุบัน โทโพล ที่ทำเอาแฟนภาพยนตร์
Fiddler on the Roof หรือ บุษบาหาคู่ ติดอกติดใจไปตามๆ กัน
จากการแสดงในบทบาทของพ่อชาวยิวผู้เคร่งครัดในประเพณีและพยายามจะมหาสามีดีๆ ให้กับลูกสาวทั้ง 5 ของเขา
โดยประเพณีการแต่งงานของชาวยิวนั้นสาวชาวยิวต้องไปขออนุญาตพ่อแม่และให้พ่อแม่หาคู่ให้ผ่านแม่สื่อ
เราจะเห็นความเคร่งครัดในประเพณีอันนี้จากภาพยนตร์เรื่องFiddler on the Roof หรือ บุษบาหาคู่ อย่างเด่นชัดในเพลง
Matchmaker ซึ่งแปลว่า แม่สื่อส่วนผู้เป็นพ่อในเรื่อง Fiddler on the Roof หรือ บุษบาหาคู่
เป็นผู้ถ่ายทอดความคิดของชาวยิวออกมา แต่ผู้ประพันธ์คือโจเซฟ สเตน
ก็พยายามชี้ให้เห็นว่าชาวยิวจะยึดมั่นในประเพณีต่างๆของตนเองได้ตลอดไปหรือไม่และชาวยิวจะต่อต้านการเปลี่ยแปลงของโลกได้หรือไม่
นอกจากนี้ ภาพยนตร์ Fiddler on the Roof หรือ บุษบาหาคู่ยังแสดงให้เห็น movement ของการผิดประเพณีของลูกสาว
เริ่มต้นที่ลูกสาวคนแรกตกลงใจว่าจะแต่งงานแล้วจึงมาขอพรจากพ่อแม่ ซึ่งเป็นการบอกให้รับรู้เท่านั้น ไม่ใช่ขออนุญาต
ต่อมาลูกอีกคนก็หนีตามกันไปโดยไม่ต้องบอกหรือขออนุญาตกันเลย หลังจากนั้นครอบครัวนี้ก็ย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกา
แล้วลูกสาวคนที่ 3, 4 และ 5 จะเกิดอะไรขึ้นเราขอปล่อยให้ท่าผู้อ่านไปหาตอนจบมาชมกันเอาเอง
เพราะเรามั่นใจว่าตลอดเวลา 179 นาที ที่เสียไป ภาพยนตร์
Fiddler on the Roof หรือ บุษบาหาคู่ จะบอกอะไรผู้ชมได้เยอะ
เหมือนกับที่พวกเขาเคยกวาดรางวัลจากการฉายทั่วโลกกว่า 75ล้านดอลลาร์ ด้วยทุนสร้างเพียงแค่ 9 ล้านดอลลาร์เท่านั้น…

ภาพยนต์_ ฉันจะเสียคุณไปจริงๆ หรือ เพื่อนรัก? ภาพยนต์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ดีที่สุดตลอดกาล

ภาพยนต์นั้นมีหลายประเภท แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นแนว โรแมนติกคอมเมดี้ ที่ทั้งรักทั้งตลก
เป็นการขายให้กลุ่มเป้าหมายที่กว้าง ดูได้ทุกเพศทุกวัย ดูแล้วอารมณ์ดี
กุ๊กกิ๊กตามสไตลส์ของหนังทำให้เราได้เห็นภาพยนต์แนวนี้ออกมาสู่ตลาด และหาชมได้เสมอๆ
เพราะว่าไม่ใช่หนังที่จะต้องไปสร้างด้วยต้นทุนที่แพงมหาศาล เพราะฉะนั้นแล้ว เราเลยมีหนังแนวนี้เสพกันเยอะ
แต่หนังแนวนี้ที่ถูกยกย่องกว่าดีที่สุดตลอดกาลเห็นจะต้องยกให้เรื่อง ฉันจะเสียคุณไปจริงๆ หรือ เพื่อนรัก?
ว่าด้วยเรื่องของการรักเพื่อนสนิท ผ่านเรื่องราวของจูเลี่ยน ที่แสดงโดย จูเลีย โรเบิร์ท นักเขียนวิจารณ์อาหารสาวสวย
กับไมเคิล ที่แสดงโดย เดอร์มอท มัลโรนี่ นักข่าวกีฬาผู้เป็นอดีตคนรักและกลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเธอ
ทั้งสองเคยพูดกันว่าหากอายุครบ 28 ปีแล้วต่างคนยังโสดทั้งสองจะแต่งงานกัน แต่เมื่อจูเลี่ยนกำลังจะอายุครบ 28 จริงๆ
ไมเคิลกลับบอกข่าวเธอว่าเขากำลังจะแต่งงานกับ คิมมี่ ที่แสดงโดย คาเมรอน ดิแอซ
และต้องการให้จูเลี่ยนเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ แผนการทวงคืนผู้ชายที่รักจึงเริ่มต้นขึ้นหนังออกฉายครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน
1997 ถือเป็นหนังรอม-คอมไอคอนิกของจูเลีย โรเบิร์ท อีกเรื่องหนึ่ง
“If you love someone, you say it, you say it right then, out loud. Otherwise, the moment…
passes you by.” ประโยคเด็ดที่ทำให้เด็กในวัยเลขหนึ่งนำหน้ากล้าบอกรัก กล้าแสดงออกความรู้สึก
ต่อให้สุดท้ายจะอกหักกลับมานอนร้องไห้ฟูมฟายนัดต่อนัดก็ตาม แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาเพราะฉากสุดท้ายที่จูเลี่ยนเต้นรำ
ก็ได้ให้กำลังใจเด็กหนุ่มสาวเหล่านั้นว่าพวกเธอยังมีเพื่อนคอยซับน้ำตาเสมอ
จนทำให้ไม่ว่าครั้งไหนที่ทั้งตัวเองหรือเพื่อนสนิทตกอยู่ในสภานการณ์แอบรักเพื่อนสนิทก็มักจะมีคนหยิบเอาเรื่องที่ไม่สมหวังข
องจูเลี่ยนและไมเคิลมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจทุกครั้ง
สิ่ภาพยนต์เรื่อง ฉันจะเสียคุณไปจริงๆ หรือ เพื่อนรัก? พยายามที่จะบอกคือ
ชีวิตของเรามันจะมีคนคนนึงที่เกิดมาเพื่อให้เรารักเฉยๆ คนที่อยู่ในความคิดของเราเสมอ
เขาเป็นคนที่เราครอบครองไม่ได้และความจริงข้อนั้นจะทำให้เราเป็นบ้าจนยอมทำสิ่งที่เสียหน้า เสียฟอร์ม
ทำอะไรที่คนอื่นไม่มีทางได้เห็นจนกระทั่งการกระทำและความไม่พอใจในสมการจะทำให้เราค่อยๆ
ยอมรับความจริงและก้าวออกมายินดีกับความสุขของเขาแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะคนอื่นก็ตาม
เพราะตอนนี้ความสุขของเขากับมิตรภาพระหว่างคุณมันกลายเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการได้ครอบครองเขาไปแล้ว…

ภาพยนต์.อนิเมะ.เหตุใดเราต้องไปชมภาพยนต์

การเข้าไปชมภาพยนต์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าดูหนังเป็นกิจกรรมที่นิยมอย่างมากของคนในสังคม
ทุกคนต้องสรรหาหนังมาดูในเเต่ละเดือนหรือรอบกี่เดือนก็ช่าง
เเต่คนส่วนใหญ่เเล้วต้องเข้าไปดูหนังกันเพราะเป็นการผ่อนคลายที่ดีอย่างหนึ่งเเละเป็นกิจกรรมที่ทำให้เรามีความสุข
เเละมาดูกันว่าเหตุผลจริงๆเเล้วทำไมคนเราต้องดูหนัง ดูเเล้วได้อะไรความสำคัญ
ของการดูหนังคนที่ไปดูจะเลือกหนังที่ตัวเองติดตามหรือนักเเสดงที่เราชอบเเละจะเข้าไปดู
จะทำให้เรามีความสุขอย่างมากหากได้ดูเรื่องเเละคนที่ชอบเราจะมีความติดตามไปตลอดทั้งเรื่องหาก
หนังที่เราชอบเเล้วละก็จะสร้างมาเเบบไหนก็จะติดตามหมด คนที่ชอบดูหนังส่วนใหญ่ก็จะชอบตัวเรื่องเเละนักเเสดง
เป็นหลักส่วนเอฟเเฟ็กในหนักก็ค่อยไปว่ากันอีกทีการดูหนังคือการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมที่สุด
การนั่งดูนักเเสดงเล่นบทบาทในหนังเป็นอะไรที่เรามีความบันเทิงเริ่งใจมากๆ การไปอยู่ในโรงหนังราวกับว่า
จอนั้นเป็นของเราเเละเราจะติดตามชม มีความตื่นเต้น เร้าใจ เศร้า
หัวเราะเเล้วเเต่หนังเรื่องนั้นที่คุณดูจะเป็นอย่างไร เเต่ถือว่าการดูหนังนั้น
สร้างความสุขให้กับคุณได้อย่างมาก ไม่มีใครดูเเล้วเศร้าเเม้เเต่หนังเศร้าเราก็มีความสุข ที่ได้ดู
การดูหนังจึงเป็นที่นิยมของคนทั่วไปสนุกเเถมไม่เหนื่อยอีกด้วยนั่งเฉยเราก็สนุกไปกับมันเเล้ว
ได้เเรงบันดาลใจจากการดูหนัง ในหนังเเต่ละเรื่องก็จะมี
นักเเสดงที่เล่นตามบทบาทต่างๆ คนดูก็ต้องชอบในตัวเเสดง อาจจะเป็น
สายลับ ตำรวจ ทหาร คนขับเครื่องบิน นักธุรกิจ หรือบทอื่นอีกมากมาย
ทำให้คนดูหนังมีเเรงบันดาลใจในการที่จะเป็นเเบบตัวละครซึ่งอาจจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆก็ได้
หากชอบอาชีพเเบบไหนในหนัง ก็อยากที่จะเป็นเเบบนั้น
มันเป็นเเรงขับให้คนดูได้คิดไปว่าตัวเองต้องการเป็นเเบบนี้ในอนาคต
หนังก็สามารถเป็นต้นเเบบให้ใครหลายคนนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดูหนังเป็นการเรียนรู้ได้ง่ายที่สุด
ยกตัวอย่างเราได้ดูหนังประวัติศาตร์ต่างๆหากเราเข้าไปดูหนังประวัติศาสตร์เเล้ว ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ไทย
หรือ ต่างประเทศ หนังจะทำให้เราเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์เเบบง่ายดายภายในไม่เกินสามชั่วโมงเเบบเราไม่ต้องอ่านหนังสือ
เเละมีหนังมากมายที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์หากใครชอบเเนวนี้ก็ไปหาดูได้เลย
คุณจะสามารถรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
เเละทั้งหมดได้บอกว่าเหตุใดเราต้องไปดูหนัง
เพราะหนังมีประโยชน์อย่างมาก ทั้งได้ผ่อนคลายเเละได้ความรู้เเล้วเเต่หนังเเต่ละเรื่องจะทำมาเเนวไหน
เเละเชื่อได้เลยว่าทุกคนต้องชอบการดูหนังอยู่เเล้ว หรือว่าไม่จริงเเละอย่ารอช้ากันเลยหนังที่เรารอจะเข้าวันไหนนับวันไปดูกันเลย…

ภายยนต์ในความห่วยยังมีความดีบทเรียนจาก The Disaster Artist

ภาพยนต์ที่ห่วยแตกที่สุดที่คุณเคยดูคือเรื่องอะไร ? อะไรนะ ทุกเรื่องที่พจน์ อานนท์กำกับเหรอ ?
ลืมมันไปได้เลยจนกว่าที่คุณจะได้ชมผลงานสุดอินดี้เรื่อง The room อะไรนะ ไม่เคยได้ยินเลยเหรอ ? ก็คงไม่แปลกหรอก
แต่จะบอกเลยนี่คือหนังห่วยที่ดีที่สุดตลอดกาลเท่าที่มีการสร้างออกมาเลยนะ
อะไรคือสิ่งที่ทำให้ภาพยนต์สุดห่วยกลายเป็นหนังที่ครองใจแฟนๆภาพยนต์ตลอดกาลไปได้ จน ดาราดังอย่าง เจมส์ ฟรังโก้
ถึงกับต้องหยิบเอาเบื้องหลังการสร้างหนังสุดห่วยนี้มาทำเป็นหนังที่ชื่อว่า The Disaster Artist หรือในชื่อไทย’หนังสุดกากศิลปินสุดเพี้ยน’
เท้าความไปก่อน ภาพยนต์เรื่องนี้ถูกสร้างโดย Tommy Wiseau ชายเพี้ยนปริศนาที่ทุกอย่างของเขาเต็มไปด้วยคำถามเขาเอาเงินจากไหนมาสร้างหนัง
และอะไรดลใจให้เขาสร้างหนังเรื่องนี้ด้วยการบรรจงยัดทุกอย่างที่แสนห่วยลงไปจนกลายเป็นหนังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตลอดกาล
พราะความห่วยจนขำนี่เองที่ทำให้ The Room กลายเป็นที่รักของแฟนๆ หนังคัลต์แบบที่พวกเขาลงทุนแต่งตัวเป็นตัวละคร
(โดยเฉพาะจอห์นนี่ ที่ไม่ได้มีอะไรต่างจากทอมมี่) ไปดูหนังในโรง
พกช้อนพลาสติกไปเขวี้ยงจอในฉากที่เห็นกรอบรูปใส่รูปช้อน ส่งเสียงหัวเราะ ท่องบท
และเฮลั่นจนคนที่ไปดูหนังในโรงครั้งแรกอาจดูไม่รู้เรื่อง เพราะเสียงคนดูดังกลบเสียงในจอไปหมดแล้ว
เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่คุณจะไม่ได้ดูจากเรื่องอื่นๆในโรงภาพยนต์แบบนี้แน่
อันที่จริงหนังเรื่องนี้ จะไม่ดังเป็นพลุแตกแบบนี้หากว่า เกร็ก
ที่ร่วมแสดงมีคนแห่กันมาถามเขาว่าทำไมเขาถึงยอมเล่นหนังห่วยๆ เรื่องนี้ เขาจึงเขียนหนังสือ The Disaster Artist
ขึ้นมาเพื่อเล่าทั้งความเป็นมาของหนัง การตัดสินใจเล่นของตัวเอง
ไปจนถึงบรรยากาศตอนถ่ายทำซึ่งบ้าคลั่งกว่าตัวหนังเองเสียอีก เพราะ The Disaster Artist นี้เองที่ทำให้ James
Franco ติดอกติดใจเรื่องราวของทอมมี่และเกร็กทั้งที่ไม่เคยดู The Room มาก่อนด้วยซ้ำ และเพียงได้ดู TheRoom ที่โรงหนังในแวนคูเวอร์เพียงครั้งเดียว เขาก็ติดใจจนคิดจะทำหนังเรื่อง The Disaster Artist
เพื่อเล่าเรื่องราวของผู้กำกับสุดเพี้ยนและทริบิวต์ให้ The Room ที่กลายเป็นตำนานหนังคัลต์ไปพร้อมๆ กัน เรื่องนี้เจมส์
ฟรังโก้ ได้น้องชายอย่าง เดฟ ฟรังโก้ มาร่วมแสดงเรียกเสียงฮาด้วย น่าเสียดายที่เรื่องนี้ไม่เข้าฉายในบ้านเรา
แต่แฟนๆยังสามารถดูออนไลน์ และซื้อแผ่นบลูเรย์ มาดูได้…