เรื่องย่อบุปผาราตรี3.2

หลังการกลับชาติมาเกิดของ “บุปผา” (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ในร่างของ
“เด็กหญิงปลา” (ด.ญ. นัดตะวัน ศักดิ์ศิริ)
เด็กน้อยผู้น่าสงสารและโชคร้ายที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณในห้อง 609 ของ
“ออสการ์อพาร์ตเม้นต์-ฉบับเรโนเวท” ที่มาพร้อม “บ่อนเถื่อน”
ซึ่งบริหารงานนับเงินโดยเจ้าของบ่อนอย่าง “เจ๊สาม” (ฉันทนา กิติยพันธ์)
และดำเนินการโกงเนียนๆ โดย “เซียนต้อม” (ค่อม ชวนชื่น) เซียนพนันที่มี
“ลูกกรอกตัวพ่อ” (อุดม ชวนชื่น) คอยช่วยเหลือทุกครั้งที่ลงสนามไฮโล
ฉับพลันชั่ววูบความตาย “ผีปลา” ก็ออกอาการร้อนวิชาเฮี้ยนโหด
จัดการบรรเลงเพลงเชือดสยองชุดใหญ่ไล่ตั้งแต่ห้อง 609 ยันบ่อนชั้น 3
ที่เหล่าเซียนพนันนานาชาติสิงสถิตย์อยู่

อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ “หรั่ง” (มาริโอ้ เมาเร่อ)
นักวาดการ์ตูนผีได้ย้ายมาอยู่ที่ออสการ์อพาร์ตเม้นต์แห่งนี้เพียงไม่กี่วัน
เขาก็มีโอกาสได้พบกับบุปผา-หญิงสาวที่เขาแอบหลงรักมาตั้งแต่วัยเด็ก
โดยไม่รู้ว่าเธอกลายเป็น “ผีบุปผา” ไปแล้ว หาใช่ “พี่บุปผา” คนเดิมไม่
เขาตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นกัน เขาจะต้องบอกรักพี่บุปผาให้ได้ แต่แล้ว
“บุพเพสันนิวาส” ที่หรั่งเคยคิดเมื่อแรกเจอกัน มันกลับกลายเป็น “บุปผาอาละวาด”
จนกระทั่ง…หรั่งสิ้นสติไป
ร้อนถึงเจ๊สามที่ต้องจ้าง “หมอคง หรือ ด๊อกเตอร์คง” (สมเล็ก ศักดิกุล),
“หมอผีเขมร” และ “ฤาษีตาไฟ” มาร่วมด้วยช่วยปราบผีบุปผาเฮี้ยนรักโดยด่วน!!!

และในขณะที่ “การสืบคดีเด็กหญิงปลาถูกฆ่า” ของนักสืบเทพ
กำลังถูกแก้ปมใหญ่-ไขปริศนาอันน่าสะพรึง ข้างฝ่าย “หมวดอังเคิล-จ่าบุญถิ่น”

คู่หูตำรวจสุดป่วนก็ต้องกลับมาเยือนออสการ์อพารต์เม้นต์อีกครั้งด้วยความ (ไม่)
เต็มใจอย่างสุดซึ้ง เมื่อพวกเขาได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการ “ดักทลายบ่อนเจ๊สาม”
เพื่อจับกุมอาชญากรข้ามชาติที่หนีมากบดานที่นี่ให้ได้ โดยงานนี้มี “เดวิด เจียง”
มือปราบพระกาฬ (!?!) แห่งเกาะฮ่องกง มาช่วยกันจ้ำอ้าวหนีผีไม่มีอั้น…ซะงั้น
เรื่องราวโกลาหล-งงงวยซวยเป็น “หมู่คณะออสการ์” จะลงเอยอย่างไร
กำแพงรักของ “หนุ่มหรั่งและสาวบุปผา” จะถูกฝ่าไปสิ้นสุดตรงจุดไหน
เสียงกรีดร้องฉบับดั้งเดิมพร้อมตวัดปลายมีดโกนของ “ผีสาวตัวแม่รุ่น 3.2”
กำลังรอทุกคนมาขมวดปมส่งท้ายความสยองไปพร้อมๆ กัน…

รีวิว Time Freak

Time Freak หนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่ค่ายหนังคุณภาพ
ที่โมโนฟิล์มได้ซื้อลิขสิทธิ์นำเข้ามาฉายให้แฟนๆบ้านเราได้ชมกัน
โดยหนังได้ แอนดรูว์ โบว์เลอร์ (Andrew Bowler)
มาเขียนบทและกำกับด้วยเอง โดยเรื่องนี้ได้นักแสดงหนุ่มขวัญใจสาวๆ
เอซา บัตเตอร์ฟิลด์ (Asa Butterfield)
ผู้โด่งดังและมีผลงานภาพยนตร์หลากหลายแนว แถมงานนี้ยังสาว
โซฟี เทอร์เนอร์ (Sophie Turner)
นักแสดงสาวจาก Game of Thrones
และหนังซูเปอร์ฮีโร่อย่าง X-Men: Apocalypse (2016)
มาเป็นผู้แสดงหลักTime Freak ว่าด้วยเรื่องราวของชายหนุ่มสายฟิสิกส์
ต้องช้ำรักเมื่อแฟนสาวบอกเลิก
เนื่องจากว่าเขาทำตัวห่วยแตกเกินไป เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากสร้างเครื่องไทม์แมชชีนขึ้นมาเพื่อกลับไปแก้ไขทุกสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดในอดีต
ทำให้เรายิ่งอยากรู้ว่าจะไปซ้ำกับหนังเรื่องอื่นๆ
ที่มีการย้อนเวลาหรือไม่ด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวนักแสดงเอง
อย่างหนุ่มเอซาที่แน่นอนว่าถ่ายทอดบทบาทออกมาได้เข้าถึงอารมณ์
ฝ่ายนางเอกอย่าง โซฟี เทอร์เนอร์ ( Sophie Turner) ก็มีเสน่ห์มากๆ
และตัวละครที่ดูเหมือนจะสร้างสีสันให้หนังได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ
เพื่อนพระเอก ซึ่งรับบทโดย สกายเลอร์ กีซอนโด (Skyler Gisondo)
และยังพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนที่เป็นแฟน
แต่หากเอาใจเขามาใส่ใจเราพยายามเข้าใจกัน
ท้ายที่สุดแล้วก็จะพบจุดกึ่งกลางที่จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นไปตลอดรอดฝั่ง
ก็ถือเป็นบทเรียนและสีสันของชีวิตที่จะทำให้ได้เรียนรู้เพื่อจะอยู่ร่วมกันอย่างสุขสบาย
มั่นใจว่าคอหนังรอมคอมจะต้องเพิ่ม Time Freak
เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องกลับมาดูซ้ำแน่นอน เพราะต้องบอกเลยว่า
หนังเรื่องนี้น่ารักน่าหยิกมากจริงๆเพราะฉะนั้นใครชอบหนังรักโรแมนติกล่ะก็ห้ามพลาดเลย…

SingSoo – ฝังราก..ยึดวิญญาณ

SingSoo – ฝังราก..ยึดวิญญาณ
หมวดหมู่ : สยองขวัญ
ผู้กำกับ : วิสิฎษ์ ศาสนเที่ยง
ดารา : อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, ณัฐฐาวีรนุช ทองมี
เข้าฉาย : 13 เดือนธันวาคม 2561
ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้ว ภาพยนตร์แนวสยองขวัญของตำนานผู้กำกับอย่าง วิสิฎษ์ ศาสนเที่ยง
บุคคลที่เคยทิ้งผลงานไว้มากมายไม่ว่าจะเป็น ฟ้าทะลายโจร, หมานคร, เปนชู้กับผี , อินทรีแดง และ รุ่นพี่
แต่ละเรื่องของเขาได้รับเสียงตอบรับดีแบบไม่เคยมีใครได้รับคำชมบ่อยนัก
แล้วก็ภาพยนตร์เรื่องปัจจุบันนี้มีชื่อว่า SingSoo – ฝังราก..ยึดวิญญาณ
SingSoo – ฝังราก..ยึดวิญญาณ ภาพยนตร์ที่รับแรงบัลดาลใจมาจากสิ่งลึกลับ
ความศรัทธาที่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งประเทศของพวกเรามีคนมากมายเชื่อ
และมีสัมผัสต่างๆแต่เรื่องนี้เล่าถึงจิตวิญญาณความเชื่อ
ไม่ใช่หนังผีทั่วๆไปที่เป็นผีน่ากลัวจะน่าชมขนาดไหนไปชมตัวอย่างกันได้เลย
ถ้าเกิดย้อนกลับไปดูเส้นทางในวงการภาพยนตร์ “วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง”
เขาคือนักทำหนังขาประจำแนวสยองขวัญในประเทศไทยที่หลายๆ
คนยอมรับในความหลอน ผวา สะดุ้ง เขาเคยมีส่วนทำหนังนางนาก (2542)
ผลงานที่รับหน้าที่เขียนบทเองเลยทีเดียว
หลังจากห่างหายจากวงการไปนานถึง ปี
ก็ได้กลับมาในผลงานล่าสุด SingSoo – ฝังราก..ยึดวิญญาณ การรันตีความหลอนแน่นอน
เรื่องย่อ ณ สำนักบนเขาที่โดดเดี่ยวห่างไกล
ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ความมืด ความเงียบสงบ นายแม่
หญิงชราผมขาวหน้าตาน่าเกรงขามได้ทำพิธีกรรมที่เปลี่ยนสำนักของเธอไปตลอดกาล
ในวันที่ฝนตกหนัก คนชุดดำ ได้ทำพิธีกรรมปริศนาบางอย่าง
โดยมี ศพ ลึกลับเป็นเป้าหมาย พวกเขาได้ทำการเรียกวิญญานคืนร่างศพให้ฟื้นขึ้นมา
แต่หารู้ไม่ว่าวิญญานที่เธอเรียกนั้นไม่ได้มาตนเดียว
มันมาหาที่สิง และนั้นอาจเป็นคุณ 13 ธ.ค. 2561 ที่โรงภาพยนตร์…

รีวิว ชินจัง เจ้ากังฟู 2019

ชินจัง เจ้ากังฟู 2019 – Crayon Shin-Chan 2019
หมวดหมู่ : Animation
ผู้กำกับ : วาตารุ ทากาฮาชิ
นักแสดง : อากิโกะ ยาจิมะ
วันที่เข้าฉาย : 10 ม.ค. 2019
เมื่อเอ่ยชื่อใครๆก็รู้จัก ชินจัง การ์ตูนญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่ 2535 จนถึงปัจจุบันก็ยังมีอยู่
การ์ตูนเด็กยอดฮิตในยุคหนึ่งที่เขียนโดยโยะชิโตะ อุซุอิ
ตีพิมพ์ในประเทศญี่ปุ่นโดยสำนักพิมพ์ Futabasha
ในประเทศไทยพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์
ล่าสุดการ์ตูนเรื่องนี้กำลังจะมีภาคเดอะมูฟวี่ออกมาให้เราได้ชม ในชื่อเรื่อง Crayon Shin-Chan 2019
ปัจจุบัน ชินจัง เดอะมูฟวี่ ผลิตออกมาให้เราได้ชมกันมากถึง 25 เดอะมูฟวี่
และล่าสุด Crayon Shin-Chan 2019
เป็นเดอะมูฟวี่ที่ 26 และตัวอย่างก็ปล่อยออกมาให้เราได้ชมกันด้วย
หลายๆคนคงได้ดูกันมาบ้างแล้วเรื่องราวของเด็กอนุบาล มีนิสัยคล้ายคลึงกับพ่อชอบผู้หญิงหุ่นดีสวย
มีความตะเล้นเล็กน้อยตามประสาเด็ก แต่ Crayon Shin-Chan 2019 จะพูดถึง ชินจัง และผองเพื่อน
ที่ได้เริ่มเรื่องราวการผจญภัยทั้งหมดในย่าน China Town พวกของ ชินจัง ได้ตัดสินใจเรียน “กังฟู”
ซึ่งเป็นวิชาในตำนาน “เพลงหมัดดุ๊กดิ๊ก” จากคำชวนของ มาซาโอะ (เพื่อนหัวเกรียนของชินจัง)
ได้ฝึกฝนกับนักกังฟูสาวคนหนึ่งชื่อว่า “ทามะ รัน” (พี่สาวคนสวยคนใหม่ของชินจัง)
แต่ว่าแล้วเรื่องไม่น่าจะเกิดดันเกิดขึ้นจนได้ เมื่อ “แบล็คแพนด้าราเม็ง”
มีการระบาดด้านในเมืองคาซึคาเบะ แบล๊คแพนด้าราเม็ง
ได้ทำให้ผู้คนติดใจในรสชาติและเกิดอาการคลุ้มคลั่ง เหล่าชินจัง
ก็เลยจำเป็นต้องเร่งฝึกวิชาเพื่อยั้งวิกฤตการณ์ในครั้งนี้
สำหรับคนที่คิดว่าหน้าหนาวที่ไกล้จะหมดในม.ค.ไม่มีอะไรพิเศษ 10 เดือนมกราคม 2019
เตรียมเงินซื้อตัวเข้าเฮฮากับเจ้าการ์ตูนป่วนได้เลย ชินจัง เจ้ากังฟู 2019 – Crayon Shin-Chan 2019…

A Cure for Wellness ชีพอมตะ

A Cure For Wellness ชีพอมตะ
ว่าด้วยเรื่องราวของผู้บริหารหนุ่มที่ถูกส่งตัวไปตามซีอีโอของบริษัทกลับจาก
“ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ” ที่ดูสวยงามแต่ลึกลับ ในสถานที่ไกลห่างอย่างเทือกเขาสวิสแอลป์
กระทั่งเกิดอุบัติเหตุทำให้เขาต้องอยู่พักฟื้นร่างกายที่นี่ด้วยเช่นกัน
ระหว่างนั้นเขาก็พยายามเกลี้ยกล่องซีอีโอคนนี้กลับบริษัท
ทว่าเรื่องราวที่ไม่ชอบมาพากลในศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพแห่งนี้กลับทำให้เขารู้สึกสงสัยใค
ร่รู้มากขึ้น และนั่นนำมาซึ่งอันตรายที่เขาคาดไม่ถึง

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงหนีจะไม่พ้นการนำเสนองานด้านภาพไว้ได้อย่างน่า
สนใจ ด้วยความที่ภาพยนตร์เป็นภาพยนตร์แนวลึกลับระทึกขวัญด้วยแล้ว
การเดินเรื่องภาพยนตร์ด้วยถ่ายให้เห็นฉากต่าง ๆ ที่ชวนให้รู้สึกแปลกตา ดูขนลุก
และดูน่าลึกลับ ได้ส่งอารมณ์ความตื่นเต้นตั้งแต่ฉากแรกของภาพยนตร์เลยทีเดียว
ขณะเดียวกันหลายฉากที่พระเอกเดินไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพแห่งนี้
ความเงียบที่มีเพียงเสียงของลั่นของไม้ค้ำยันก็ทำให้ได้อารมณ์
และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจากเกมระทึกขวัญอย่าง Outlast ได้หอมปากหอมคอ

จากตัวอย่างหรือคลิปที่ปล่อยออกมาให้ชมก่อนหน้าที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายนั้น
ก็ทำให้เชื่อได้ว่าในตัวภาพยนตร์จะได้เห็นฉากระทึกขวัญชวนเสียวสันหลังวาบแน่ ๆ
ซึ่งในภาพยนตร์จริง ๆ
นั้นฉากที่ชวนหวาดเสียวหรือชวนคลื่นเหียนนั้นกลับมีน้อยกว่าที่คิด
แต่ถึงกระนั้นสำหรับคนที่ไม่ชอบฉากในลักษณะนี้อาจจะต้องมีเอามือมาปิดหน้าปิดตา
กันบ้าง
โดยเฉพาะคนที่กลัวปลาไหลด้วยแล้วนั้น…ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะสร้างความขนพอง
สยองเกล้าได้มากกว่าผู้ที่ไม่กลัวปลาไหลอย่างแน่นอน

นักแสดงคนสำคัญของเรื่องอย่าง เดน เดอฮาน
เป็นตัวละครสำคัญที่เป็นเสาหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้
และทำหน้าที่ออกมาได้เป็นอย่างดี ในหลาย ๆ
ฉากสามารถสร้างอารมณ์และความกดดันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ขณะเดียวกันนักแสดงสาว มีอา ก็อธ (Mia Goth) รับบทเป็น ฮันนาห์
สาวปริศนาที่มีบทบาทในเรื่องพอสมควร
ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูไม่ปกติเท่าไรนั้นสามารถสร้างความตื่นตระหนกและชวนหล
อนได้เป็นอย่างดีเช่นกัน หากพูดในแง่นักแสดงแล้วถือว่าเข้าคู่กันได้อย่างลงตัว

ความที่ภาพยนตร์มีความยาวประมาณสองชั่วโมงครึ่ง
ซึ่งนั่นอาจจะกลายเป็นข้อเสียสำคัญสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้
โดยส่วนตัวมองว่าภาพยนตร์ระทึกขวัญอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องมีเรื่องราวซับซ้อนห
รือเล่ายาวนานจนเกินไป
หากมองเป็นสัดส่วนแล้วน่าจะเน้นความลุ้นระทึกมากกว่าการเล่าเรื่อง
แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับเน้นไปที่เนื้อเรื่องมากกว่า
จึงลดสัดส่วนความระทึกขวัญลงไปอย่างน่าเสียดาย
ส่วนตัวมองว่าการที่ภาพยนตร์ปูให้เห็นถึงความลึกลับซับซ้อนชวนขนลุกของศูนย์ฟื้น
ฟูสุขภาพแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว
น่าจะเล่นกับความน่ากลัวในสถานที่แห่งนี้ได้มากกว่านี้…

รีวิว Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald

หนังภาคสอง ในจักรวาลของ Harry Potter เล่าถึง นิวท์ สคาแมนเดอร์ ที่ถ้าผู้ใดอ่าน Harry
มาต้องรู้จักชื่อนี้ ซึงเป็นผู้เขียนตำราสัตว์มหัศจรรย์ ในภาคนี้นิวท์ ได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส เพื่อตามหาทีน่า
แต่ก็จะต้องเผชิญกับปัญหาเมื่อกรินเดวัลล์ ได้หนีออกจากคุกออกมาแล้วก็เริ่มหาพวกพ้องของตนเอง
ส่วนตัวภาคนี้มีดีมากๆที่ IMAX3D ภาพสวยมาก นูนออกมาจากจอมาก แต่บท
และก็การดำเนินเรื่องจัดว่าห่วยที่สุดในจักรวาล Harry เลย จะอย่างไรขอธิบายดังนี้นะครับ

1. ขอดูก่อนครับ สิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ IMAX3D ที่ภาพเต็มตา แล้วก็ภาพ 3D ดีมากๆสวยมาก
นูนออกมาจากหน้าจอตลอดทั้งเรื่อง และก็ฉากแรกๆนี่เหมือนพวกเราหลุดไปในโลกเวทมนตร์เลย
(แต่ภาพเคลื่อนที่ไวมากอาจจะปวดหัวนิดนึง) ในด้านนี้ยอมรับเลยว่าถือว่าเป็น IMAX3D
ที่ทำภาพออกมาได้ดีที่สุดในปีนี้เลย คุ้มแน่นอนครับอยากให้ไปดู 3D กัน

2. สำหรับคนที่ไม่ได้อ่าน Harry Potter ต้องบอกเลยว่าบางทีอาจดูเรื่องนี้ไม่รู้เรื่อง
เนื่องจากตลอดทั้งเรื่องมีเนื้อหาและชื่อตัวละครลับที่อยู่ใน Harry เยอะมาก คนที่ไปดูด้วยก็บอกว่างงไปหมด
ผู้แสดงเยอะแยะจนกระทั่งสับสน ชื่อก็สับสน
อันนี้เตือนเลยภาคนี้สร้างไม่ค่อยเอื้อกับผู้ที่ไม่ค่อยได้ตามHarry ส่วนผู้ที่ดู Harry ก็คงจะฟินกับความลับนักแสดงต่างๆ

3. การเดินเรื่องน่ารำคาญมาก เกือบจะไม่มีอะไรเป็นจุดพีคของหนัง เป็น 2 ชั่วโมง
ที่รู้สึกอึดอัดขนาดพวกเราเป็นแฟนๆแฮร์รี่ ยังรู้สึกเบื่อเลย รายละเอียดไม่ได้น่าติดตามซักเท่าไหร่
อีกอย่างคือสัตว์ในหนังรู้สึกว่าแทบจะไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องเลย เอามาใส่ๆแบบนั้น ไม่ได้ตื่นเต้นหรือรู้สึกว้าวอะไรทั้งหมด

4. ก็บอกเลยว่าไม่ค่อยชอบภาคนี้ ซึ่งมีดีเพียงแค่ภาพสวย อลังการ แต่ตัวบทไม่ได้เรื่องเลย นักแสดงก็เฉยๆไม่ได้ฉุดให้หนังดีขึ้น

5. ต่อจากนี้จะมีอีกสามภาค แต่ถ้าภาคที่เหลือยังเป็นแบบนี้ บอกเลยว่าน่าจะไปไม่รอด (ภาคนี้เปิดตัวสัปดาห์แรกได้รายได้น้อยสุดในจักรวาลแฮรร์รี่เลย)

6. ป้าเจเค ผู้แต่งแฮร์รี่ แล้วมาเขียนบทให้ Fantastic Beasts
แต่มันไม่เข้าขั้นสองภาคที่ผ่านมารู้สึกได้เลยว่าบทและหนังธรรมดาพอสมควร แต่ยังไงแฟนคลับก็ต้องติดตามกันต่อไปล่ะเนอะ

สรุป
ก็ถือว่าเป็นภาคที่รู้สึกแย่หลังดูจบ มันนานเกิน เนื้อเรื่องน่าเบื่อ
จบแล้วก็มีความรู้สึกว่าแล้วไง มันธรรมดาเกินไปจริงๆครับผม แต่ว่าอย่างที่บอกแฟนๆก็ต้องห้ามพลาด
แล้วก็หากให้แนะนำก็อยากให้ไปดู ในโรง IMAX บอกเลยว่าคุ้มมากๆนะครับ…

ตัวอย่างแรก Pokemon Detective Pikachu มาแล้วอย่างเป็นทางการ

อยู่ในในโลกของการ์ตูนและก็แอนิเมชั่นมานานมากจนกระทั่งเรียกได้ว่าเป็นขวัญใจของคนทุกเพศทุกวัยไปแล้ว
จนถึงปัจจุบัน ได้ออกมาโลดแล่นในโลกของภาพยนตร์กันเสียทีสำหรับ พิคาชู
ในตอนที่มีชื่อว่า Pokemon Detective Pikachu
ซึ่งพวกเราจะได้เห็นสมาชิกครบกลุ่มอย่างแน่นอน
ซึ่งปัจจุบันได้ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาให้ได้ดูกันแล้ว
โดยในเรื่องนี้ได้นักแสดงดังๆมาร่วมแสดงกันอย่างคับคั่ง อาทิเช่น ไรอัน เรย์โนลด์ (Ryan Reynolds)
ให้เสียง พิคาชู ร่วมด้วย จัสทีซ สมิธ (Justice Smith)
ให้เสียงคู่หูมนุษย์ และ เคธรีน นิวตัน (Kathryn Newton)
สวมบทบาทเป็นนักข่าวสาวที่มาช่วยสืบคดี เคน วาตานเบ้ (Ken Watanabe)
ในฐานะ สายลับโยชิดะ ตัวละครพิเศษที่มาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ รวมไปถึง บิลล์ ไนฮีย์ (Bill Nighy)
และก็ริต้า โอรา (Rita Ora) ร็อบ เล็ตเตอร์แมน (Rob Letterman) ที่มาเป็นผู้กำกับให้
Pokemon Detective Pikachu เป็นเรื่องราวของ สายลับมือฉมังอย่าง แฮร์รี่ กู้ดแมน
ที่เจ้าตัวได้หายตัวไปแบบไม่มีร่องรอย โดยที่ ทิม ลูกชายของเขา
คือผู้ที่ต้องการจะหาคำตำตอบให้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่
เจ้าตัวจึงตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มโปเกมอนเพื่อสืบรวมทั้งตามหาพ่อของเขา
โดยเรื่องนี้ นักสืบพิคาชูที่เคยเป็นคู่หูของพ่อของทิม
ที่เปี่ยมไปด้วยความฉลาดแล้วก็ยังมีมุมต๊องสุดป่วนไว้ให้พวกเราได้หัวเราะกันอีกหลายมุม
ซึ่งแม้ว่าขั้นการสืบหาพ่อของทิมจะมองนอกลู่นอกทางไปบ้าง แต่ว่าเมื่อทิมและพิคาชู
คิดเข้าหากันได้ การผจญภัยและความน่าตื่นเต้นก็เลยได้เริ่มขึ้น
การออกตามหาข้อมูลและก็หลักฐานตามหัวเมืองใหญ่ก็เลยเกิดขึ้นแต่ที่สุดแล้ว
พวกเขาทั้งสองก็ได้พบกับความลับอันสุดยอดที่จะสามารถทำลายความสุขของโลกแห่งโปเกมอนได้
ก็เลยต้องร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับอุปสรรคในคราวนี้…

รีวิว Ouija : Origin of Evil

ตอนแรกไม่คิดว่าจะเช่ามาดูด้วย เพราะว่าหนังมันเก่ามากเลยล่ะ
แต่พอได้ดูแล้วไม่ผิดหวังเลย มันสยองดี
ใครชอบหนังสยองขวัญไม่ควรพลาดเลยเพราะเป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่งเลยล่ะ
นักแสดงทุกคนเล่นดีมาก โดยเฉพาะ น้อง Lulu Wilson
ที่เล่นเป็น Doris น้องเล่นดีเลยแหละ หน้าตาก็น่ารักด้วย
แต่จำได้ว่าน้องคนนี้เคยเล่น Annabelle: Creation
แต่ว่าบทของน้องคนนี้ไม่ค่อยโดดเด่นมากเท่าไร แต่ก็พอจำได้บ้าง
ต้องบอกเลยว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังแจ้งเกิดของน้องเลย
เพราะว่าในหนังแทบไม่มีบทของใครเลย
มีแต่น้องคนนี้แหละ แบกหนังไว้อีกทั้งเรื่อง
ตอนเป็นคนก็น่ารักน่าเอ็นดูนะแต่ว่าพอโดนผีสิงแล้วราวกับเป็นอีกคนเลย
แล้วน่าสยดสยองมาก น้องเล่นได้น่ากลัวสุดๆอ่ะ มองเห็นแล้วขนลุกซู่เลย หึหึ
แล้วมุมกล้องของหนังนะคือว่า เป็นแบบกล้องนิ่งๆเวลาเคลื่อนที่ภาพจะนิ่งมาก
ทำให้พวกเราจำเป็นต้องคอยลุ้นตลอดระยะเวลาเลย
ว่าต้องมีการJump scare แน่ๆโดนแน่นอนแต่บางคราวมันก็ไม่โผล่มา
ทำให้มันลุ้นแทบจะทั้งเรื่องว่าจะโดนหลอกไหมนั่นเอง
เรียกว่าดูแล้วไม่กล้าลุกไปไหนเลย กลัว
แล้วการหลอกหลอนการฆ่าคนของผีในเรื่องนี้
ออกจะครีเอทมากไปดูกันเองละกันว่าเป็นยังไง — แล้ว CG
เรื่องนี้ดูหลอนมาก โดยเฉพาะฉาก อ้าปากกับตาขาว
แต่แล้วเรื่องนี้ใช้ Long take เยอะอยู่นะ แต่เป็น long take
แบบหมุนกล้องไปมาใช้เวลา ราว 2-3 นาทีได้มั้ง แล้วเรื่องนี้แทบไม่มีเลือดสาดเลย
ส่วนมากจะให้คนดูไปจินตนาการเอาเองว่าเกิดอะไรขึ้น ถามว่ามีเลือดไหม ก็มี
แต่มันไม่ได้เยอะ ด้วยเหตุว่าเรื่องนี้มันเป็น Horror Fantasy มั้งเลยไม่ค่อยมี
ต้องการแนะนำให้ไปดูกันครับ ใน iTunes
มีให้เช่า 99 บาทก็ลองไปเช่าดูนะ หนังดีมากดูแล้วไม่ผิดหวัง…

รีวิว First Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์

เข้าฉายในบ้านเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ First Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ ผลงานการกำกับของผู้กำกับดีกรีรางวัลออสการ์ เดเมียน ชาแซล (Damien Chazelle) หลังจากสร้างชื่อใน Whiplash (2014) และ La La Land (2016) งานนี้เจ้าตัวกลับมาร่วมงานกับ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) พระเอกคู่บุญอีกครั้ง ถึงขนาดเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) เป็นตัวเลือกเดียวที่เขาจะให้มารับบทบาทของ นีล อาร์มสตรอง เลยทีเดียว

First Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของนักบินอวกาศ นีล อาร์มสตรอง และภารกิจอวกาศแห่งตำนานที่ทำให้เขากลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ไปเดินเล่นบนดวงจันทร์ในวันที่ 20 กรกฎาคม 1969 โดยหนังได้พาเราไปสำรวจความรู้สึกนึกคิดของพ่อนักบินอวกาศคนนี้ นับตั้งแต่การสูญเสียครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อจิตใจของเขา และเหมือนว่าเขาต้องเผชิญกับความสูญเสียเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ จากการสมัครเข้าร่วมโครงการไปเหยียบดวงจันทร์ แม้จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก แต่มันก็เป็นการบั่นทอนพลังหลายๆ อย่าง

ด้วยฝีมือทางการแสดงของ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) นั้นได้ถ่ายทอดบทบาทของ นีล อาร์มสตรอง ออกมาได้อย่างเข้าถึงอารมณ์ เขาทำให้ผู้ชมอย่างเรานั้นคล้อยตามไปกับเขาได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสีย โศกเศร้า และความกดดัน ยิ่งได้การสื่ออารมณ์ของนักแสดงสาว แคลร์ ฟอย ( Claire Foy) มาร่วมด้วยก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างมันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกได้ว่าตัวละครทุกตัวล้วนแล้วแต่เสริมกันและกันจนทำให้อารมณ์ของหนังออกมาสมบูรณ์

และถึงแม้ว่าหนังจะได้ฝีมือของนักแสดงมากความสามารถมาช่วยพยุงอารมณ์ของหนังให้ออกมาแทบไร้ที่ติ แต่โดยภาพรวมกลับเห็นได้ชัดเจนว่าตัวหนังค่อนข้างจืดชืด แม้จะมีช่วงที่ทำให้เราได้ตื่นตาไปกับการออกไปนอกโลก ได้ไปเห็นอวกาศอันมืดมิด และได้เห็นความสำเร็จของเหล่านักบินอวกาศที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก มันกลับไม่ได้ช่วยให้เราสนุกหรือเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวเหล่านี้มากนัก

อย่างไรก็ตาม แม้หนังจะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้เราได้สนุกและลุ้นระทึกเหมือนไปดูหนังซูเปอร์ฮีโร่หรือหนังแนวอื่นๆ แต่ด้วยฝีมือของนักแสดงที่ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างมืออาชีพ ประกอบกับโปรดักชั่นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการ งานภาพที่ถ่ายด้วยกล้องไอแม็กซ์สวยงามแทบไม่มีที่ติ ก็ทำให้เราอิ่มได้เหมือนกัน เชื่อว่าใครที่ชอบเสพงานภาพสวยๆ เป็นต้องร้องซี๊ดแน่นอน ซึ่งหากได้ดูในโรงไอแม็กซ์จะฟินสุดๆ เพราะเหมือนเราได้ไปเดินดวงจันทร์กับ นีล อาร์มสตรอง กันเลยทีเดียว…

รีวิว PEPPERMINT

หนังมีผู้อำนวยการสร้างเป็นคนจีนรวมทั้งชาวประเทศฝรั่งเศส
รวมทั้งให้ความรู้สึกราวกับดูหนังประเทศฮ่องกงรวมทั้งภาพยนตร์ฝรั่งเศสประเภทบู๊ แอ๊กชั่นมันส์หยดอะไรทำนองนั้น
เฉินหลง หรือ ฌอง-คล็อด แวน แดม
ลงมือต่อสู้กับคนร้ายอย่างเมามัน แล้วก็ ตัวเองถึงจะโดนอัดมากแค่ไหนก็ไม่หวั่น
เนื่องจากพลังใจเกินร้อย โดยหนังเรื่องนี้มีทั้ง นีสัน ใน Taken คีอานู รีฟส์ ใน John Wick
แล้วก็ บรู๊ซ วิลลิส ใน Die Hard ส่วนสาวน้อยหุ่นดีอย่างเจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ ก็ไม่กลัวอะไร
ลุยเดี่ยวสู้กับกลุ่มยาเสพติดแบบบ้าดีเดือด
เรื่องของเรื่องคือ ไรลีย์ นอร์ธ (เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์)
เป็นพนักงานธนาคาร เธอมีครอบครัวอบอุ่น
มีสามีและก็บุตรสาว แต่นายจ้างเธอถูกใจใช้งานเธอนอกเวลา
แม้แต่ในวันเกิดของลูกสาวเธอก็เถอะ
แล้วก็ยังมีแม่ของเพื่อนลูกสาวของไรลีย์
ยังดึงแขกที่มีจะร่วมงานวันเกิดของลูกสาวไรลีย์ไปหมด
ทำให้ลูกสาวของเธอเศร้าใจมาก รวมทั้งในที่สุดสามีและก็ไรลีย์ต้องพาลูกไปเที่ยวงานคาร์นิวัลกัน
รวมทั้งนี่เป็นเวลาที่ทำให้ไรลียย์ได้อยู่พร้อมหน้าในครอบครัว
แต่ว่าในพริบตาเดียว บุคคลอันเป็นที่รักยิ่งในชีวิตถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา
รวมทั้งเธอก็ได้รับบาดเจ็บทางสมองและไมได้รับการเยียวยาใดๆภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน
ไรลีย์ผันตัวเองจากคนทำงานนั่งโต๊ะในตำแหน่งพนักงานแบงค์มาเป็นหญิงที่ฮึดสู้ต่อการกับโลกทั่วทั้งโลก
เหล่าร้ายที่ไรลีย์ต่อกรด้วย เป็น
กลุ่มยาเสพติดที่ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น ซึ่งมีดิเอโก การ์เซีย (ฮวน ปาโบล ราบา)
เป็นหัวหน้ากลุ่มผู้โหดเหี้ยมและนี่คือเหตุผลที่เธอลุกขึ้นมาปราบคนร้าย ใครชอบต่อสู้บู๊แอคชั่นมันๆ
ก็ไม่ควรพลาดเลยล่ะ เพราะ หัวข้อนี้การันตีด้วยคุณภาพ แค่นักแสดงก็กินขาดแล้ว…