ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1967 : The Graduate

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1967
อีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น TheGraduate หรือ พิษรักแรงสวาท
ภาพยนตร์ตลกที่สร้างจากนวนิยายขายดีของ ชาร์ลส เว็บบ์ภายใต้ฝีมือการกำกับของ ไมค์ นิโคลส์
ภาพยนตร์ The Graduate หรือ พิษรักแรงสวาท กล่าวถึงเบนจามิน แบร็ดด็อก เด็กหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัย
ไม่มีความทะเยอทะยาน และยังไม่มีเป้าหมายในชีวิตแถมปฏิเสธคำขอของบิดาที่จะให้เรียนต่อด้วย
กระทั่ง เบนจามิน ไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับคุณนายโรบินสัน สาวใหญ่ที่พบในงานเลี้ยง
ก่อนจะถูกบิดาบังคับให้ออกไปเดตกับ อีเลนลูกสาวของคุณโรบินสัน เพื่อนทนายของพ่อ
และเกิดความรักต่อกัน เรื่องราวชุลมุนวุ่นวายจึงเกิดขึ้นโดยนอก ดัสติน ฮอฟแมน ตัวเอกที่สวมบท เบนจามินแบร็ดด็อก
จะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์และรางวัลลูกโลกทองคำแล้ว เพลงประกอบของภาพยนตร์เรื่องนี้
คือเพลง Mrs. Robinson ก็ได้รับความนิยมอย่างสูง
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ The Graduateหรือพิษรักแรงสวาท จะเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินทั่วโลกไปกว่า 85
ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากทุนสร้างเพียง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น เรียกว่าฟันกำไรกันบานเบอะ
ทั้งที่น้อยครั้งหนังตลกจะได้รับความนิยมล้นหลามความน่าสนใจของ The Graduate หรือ พิษรักแรงสวาท
คือสร้างมาจากนิยายยอดเยี่ยมของ ชาร์ลส เว็บบ์และเป็นผลงานหนึ่งในร้อยเรื่องของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด
สหรัฐอเมริกา ที่น่าจดจำ เหมือนกับ The God Father หรือ TheWizard of Oz
ซึ่งพล๊อตหนังพูดถึงสภาวะอึดอัดหรือพูดไม่ออกของเด็กหนุ่มที่อยู่กับการเชื่อฟังและอยู่ในโอวาทตลอดมา ภาพยนตร์ The Graduate
หรือ พิษรักแรงสวาท พาเราไปสัมผัสประสบการณ์ซื่อบื้อของ
เบนจามิน แบร็ดด็อก ที่ไม่อาจตัดสินใจด้วยตนเองได้สุดท้ายชีวิคของ เบนจามิน แบร็ดด็อก
ก็เข้ามาติดวังวนในบ่วงพิศวาส แถมไม่ง่ายเหมือนชีวิตจริงเพราะหนังผูกปมให้ความรักออกพิษ
เมื่อเขาต้องการสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ โดยหนังค่อยๆ
เผยอาการโดนพิษไปบรรจบกับความพยายามหายาแก้ของตัวเอง
ทว่าหนทางรักษาที่ เบนจามิน แบร็ดด็อก คิดว่ามันเข้าท่ากลับไม่ลงล็อก
แถมพิษรักจากดอกไม้ทั้งสองยังพุ่งจู่โจมจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้วฉากจบจะเป็นเช่นไร
งานนี้ขอให้ผู้อ่านไปหามารับชมกันเองกับ The Graduate หรือพิษรักแรงสวาท
ภาพยนตร์เบาสมองที่ติดทำเนียบหนึ่งในร้อยภาพยนตร์ที่น่าจดจำของฮอลลีวู้ด รับรองว่า 105 นาที
ที่คุณเสียไปตลอดการรับชมผ่านหน้าจอจะไม่สูญเปล่าแล้วคุณจะได้รู้ว่าภาพยนตร์เบาสมองเรื่องแรกที่สร้างแรงกระเพื่อมมาถึงปัจจุบันนั้น เด็ดดวงแค่ไหน!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *