รีวิว First Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์

เข้าฉายในบ้านเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ First Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ ผลงานการกำกับของผู้กำกับดีกรีรางวัลออสการ์ เดเมียน ชาแซล (Damien Chazelle) หลังจากสร้างชื่อใน Whiplash (2014) และ La La Land (2016) งานนี้เจ้าตัวกลับมาร่วมงานกับ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) พระเอกคู่บุญอีกครั้ง ถึงขนาดเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) เป็นตัวเลือกเดียวที่เขาจะให้มารับบทบาทของ นีล อาร์มสตรอง เลยทีเดียว

First Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของนักบินอวกาศ นีล อาร์มสตรอง และภารกิจอวกาศแห่งตำนานที่ทำให้เขากลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ไปเดินเล่นบนดวงจันทร์ในวันที่ 20 กรกฎาคม 1969 โดยหนังได้พาเราไปสำรวจความรู้สึกนึกคิดของพ่อนักบินอวกาศคนนี้ นับตั้งแต่การสูญเสียครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อจิตใจของเขา และเหมือนว่าเขาต้องเผชิญกับความสูญเสียเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ จากการสมัครเข้าร่วมโครงการไปเหยียบดวงจันทร์ แม้จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก แต่มันก็เป็นการบั่นทอนพลังหลายๆ อย่าง

ด้วยฝีมือทางการแสดงของ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) นั้นได้ถ่ายทอดบทบาทของ นีล อาร์มสตรอง ออกมาได้อย่างเข้าถึงอารมณ์ เขาทำให้ผู้ชมอย่างเรานั้นคล้อยตามไปกับเขาได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสีย โศกเศร้า และความกดดัน ยิ่งได้การสื่ออารมณ์ของนักแสดงสาว แคลร์ ฟอย ( Claire Foy) มาร่วมด้วยก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างมันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกได้ว่าตัวละครทุกตัวล้วนแล้วแต่เสริมกันและกันจนทำให้อารมณ์ของหนังออกมาสมบูรณ์

และถึงแม้ว่าหนังจะได้ฝีมือของนักแสดงมากความสามารถมาช่วยพยุงอารมณ์ของหนังให้ออกมาแทบไร้ที่ติ แต่โดยภาพรวมกลับเห็นได้ชัดเจนว่าตัวหนังค่อนข้างจืดชืด แม้จะมีช่วงที่ทำให้เราได้ตื่นตาไปกับการออกไปนอกโลก ได้ไปเห็นอวกาศอันมืดมิด และได้เห็นความสำเร็จของเหล่านักบินอวกาศที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก มันกลับไม่ได้ช่วยให้เราสนุกหรือเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวเหล่านี้มากนัก

อย่างไรก็ตาม แม้หนังจะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้เราได้สนุกและลุ้นระทึกเหมือนไปดูหนังซูเปอร์ฮีโร่หรือหนังแนวอื่นๆ แต่ด้วยฝีมือของนักแสดงที่ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างมืออาชีพ ประกอบกับโปรดักชั่นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการ งานภาพที่ถ่ายด้วยกล้องไอแม็กซ์สวยงามแทบไม่มีที่ติ ก็ทำให้เราอิ่มได้เหมือนกัน เชื่อว่าใครที่ชอบเสพงานภาพสวยๆ เป็นต้องร้องซี๊ดแน่นอน ซึ่งหากได้ดูในโรงไอแม็กซ์จะฟินสุดๆ เพราะเหมือนเราได้ไปเดินดวงจันทร์กับ นีล อาร์มสตรอง กันเลยทีเดียว…

เกร็ดที่น่าสนใจจากภาพยนตร์ The Shawshank Redemption

The Shawshank Redemption ภาพยนตร์ยุค 90
ที่ปัจจุบันยังคงมีคนพูดถึงเป็นอย่างมาก
บางคนต้องกลับไปย้อนดูอยู่เรื่อยๆ
เพราะเป็นหนังที่มีความพิเศษให้ความรู้สึกทุกอารมณ์เมื่อคุณได้รับชมภ
าพยนตร์เรื่องนี้
โดยภาพยนตร์นี้นักแสดงนำได้แก่ Tim Robbins
ที่สร้างชื่อให้กับเขา
แม้ว่าหลังจากนั้นผลงานของเขาอาจจะไม่ได้โดดเด่นเท่ากับนักแสดงใน
รุ่นๆเดียวกับอย่าง ทอม แฮงค์ จากเรื่อง Forrest Gump ก็ตาม
แต่เอกลักษณ์ของเขาคือความสูง นอกจากนี้ยังมี Morgan Freeman
นักแสดงจอมเก๋ามากบทบาทก็ร่วมแสดงด้วยเช่นกัน
ซึ่งวันนี้เรามีเกร็ดที่น่าสนใจจากภาพยนตร์ The Shawshank
Redemption มาฝากกัน
1.ไร้รางวัลออสการ์
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ทุกคนที่ดูจะบอกว่าดีมากๆ ถึงกับหลายๆ
คนยกให้เป็นหนังในยอดดวงใจตลอดกาลเลยก็ว่าได้แต่เชื่อหรือหนังเรื่
องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 7 สาขา
ไม่ว่าจะเป็นสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ,นักแสดงชายยอดเยี่ยม
(มอร์แกน ฟรีแมน) ,บทดัดแปลงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
,ถ่ายภาพยอดเยี่ยม ,ตัดต่อยอดเยี่ยม ,เพลงสกอร์ยอดเยี่ยม
และเสียงยอดเยี่ยม แต่ไม่ได้รับรางวัลใดๆ ถือว่าโชคร้ายสุดๆในปีนั้น
2.เป็นหนังที่ไม่มีใครสนใจในช่วงเวลานั้น
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมากๆ
ทุกคนยอมรับแต่เชื่อหรือไม่หนังดีขนาดนี้กับไม่ค่อยเป็นที่สนใจในตลา
ดนักเพราะตอนนั้นดันมีเรื่อง Forrest Gump หนังดีอีกเรื่องที่
แทบจะเบียด ชอว์แชงค์ ให้ขาดทุนเลยทีเดียด้วยการที่ ชอว์แชงค์

สร้างโดยใช้ทุนไปทั้งหมด $25 ล้านเหรียญ รายได้ $28,341,469
เหรียญ ซึ่งถือว่าค่อนข้างน่าแปลกใจมาก
3.เหลือเชื่อเมื่อผลิตแผ่นการตอบรับกลับดี
แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าชิงหลายรางวัลแต่ก็พลาดหมด
ซึ่งเป็นที่ ถกเถียงกันอย่างมากมาย
บางคนถึงกับเสียใจที่ไม่ได้ไปดูในโรงภาพยนต์เพราะว่าเป็นหนังดี ที่
ดังไม่สุดเป็นหนังที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ดูแต่พอออกมาเป็นแผ่นหรือ
ออกจากโรงแล้วหนังเรื่องนี้ก็ได้รับการตอบรับดีมากๆ
4.อย่าสิ้นหวังอย่ายอมแพ้

หนังเรื่องนี้จะแสดงให้ทุกคนเชื่อมั่นในความหวังในแสงสุดท้ายถึงแม้ว่า
มันจะริบหรี่ก็ตายบางคนอาจจะรอแค่เวลาตายแต่เขาก็ไม่อาจที่จะเลิกห
วังว่าจะอยู่รอดหรือไม่ แม้ว่าในคุกจะเต็มไปด้วยด้านมืดก็ตาม
นอกจากนี้หนังเรื่องนี้จะแสดงให้เห็นความรัก
มิตรภาพระหว่างเพื่อนความหวังอันแสนไกลและความหดหู่ของตาเฒ่าที่
ชีวิตนี้ คุกเหมือนบ้านของเขา
เรื่องทั้งหมดจะรอให้คุณได้รับชมและซึ้งปราบปลื้มตามๆกัน
5.คะแนนเยอะสุดๆ
แม้ว่าจะไม่ได้การันตีด้วยรางวัลจากสาขาใหญ่ๆ แต่ The
Shawshank Redemption
เป็นหนังที่ได้รับคะแนนมากที่สุดตลอดกาลของ imdb
เว็ปไซต์หนังชื่อดังระดับโลก
ทำให้ไม่แปลกใจที่หลายคนต่างย้อนกลับไปชมอีกครั้ง…

จัดอันดับ 9 อนิเมะยอดนิยมที่ครองใจคอการ์ตูนมาแล้วทั่วโลก 1

จัดอันดับ 9 อนิเมะยอดนิยมที่ครองใจคอการ์ตูนมาแล้วทั่วโลก 1
วงการอนิเมะถือได้ว่าเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
โดยเฉพาะยุคนี้ที่สื่อแบบสิ่งพิมพ์หรือวงการการ์ตูนเรียกว่ามังงะกำลังถูกลดบทบาทออกไปอันมาจากผลก
ระทบที่มิจฉาชีพบางกลุ่มสแกนการ์นตูนให้คนอ่านฟรีในเพจ
แต่กับวงการอนิเมะถือได้ว่าต่อต้านกระแสนี้ได้แบบถล่มทลายเลยทีเดียว
เราจึงขอหยิบอนิเมะที่น่าชมมาให้ได้ดูกันว่าจะมีเรื่องใดบ้าง
เคเมโนะ เฟรน
เริ่มกันที่เรื่องแรกกับอนิเมะแนวหวานแหววชื่อว่า เคเมโนะ เฟรน
ว่าด้วยเรื่องราวของเหล่าบรรดาสัตว์สุดแสนน่ารักน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์จาปารี
ซึ่งเป็นสวนสัตว์ที่มีปริศนาอันดำมืดซ่อนอยู่ โดยถึงแม้จะเป็นอนิเมะที่ไม่ได้มาความดาร์กมากนัก
แต่ก็จัดเป็นอนิเมะที่มีคุณภาพอย่างมากเพราะได้รับรางวัลอนิเมะแห่งปีที่ดีที่สุด 2017 มาแล้วเลยทีเดียว
ที่สำคัญจากความนิยมในญี่ปุ่นทำให้มันถูกนำมาแปลเป็นพากษ์ภาษาอื่นๆอีกถึง 10
ประเทศรวมไปถึงไทยด้วยเช่นเดียวกันขณะที่ยอดผู้ชมออนไลน์ก้ช็สามารถทำยอดคนเข้าชมถล่มทลายไ
ปถึงหลักสองแสนกว่าคนเลยทีเดียว ซึ่งต้องบอกว่าหาได้ยากที่จะมีอนิเมะเรื่องไหนทำให้ได้แบบนี้
ส่วนยอดวิวรวมถึงตอนของอนิเมะเรื่องนี้นั้นอยู่ที่สองล้านวิวเรียกว่าเป็นตัวเลขที่มหาศาลมากๆสำหรับอนิเ
มะเรื่องหนึ่ง
ไซเน ฮิโรเนะ
ถัดมาในอันดับสองได้แก่ ไซเน ฮิโรเนะ จัดเป็นอนิเมะอีกเรื่องที่ได้รับความนิยมแบบถล่มทลายในญี่ปุ่น
และถูกนำมาฉายในประเทศไทยเช่นเดียวกัน
สำหรับอนิเมะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกฉายผ่านทางทีวีซีรีส์ที่ญี่ปุ่นมาแล้ว
และทำให้เวลานั้นคนติดกันเป็นจำนวนมาก
เพราะเนื้อเรื่องมีความสนุกผสมผสานกับการเล่าเรื่องที่น่าติดตามโดยว่าด้วยความฝันของเด็กหนุ่มม.ปลา
ยนามว่า โทยามา อากิ ที่มีความต้องการอยากจะสร้างเกมคอมพิวเตอร์ของตัวเองขึ้นมาจึงได้ติดต่อกับ
เมงุมิ คาโต้ เพื่อที่จะให้มาเป็นต้นแบบของการสร้างนางเอกของเกมที่ตัวเองกำลังสร้าง
โดยเนื้องเรื่องจะมีทั้งเรื่องราวความรักปนความเศร้า
และความฝันที่ต้องการคว้าเอาไว้ให้ได้เข้าถึงอารมณ์กัน
มาย ฮีโร่ อคาเดมี่
ต่อกันที่เรื่องสุดท้ายกับ มาย ฮีโร่ อคาเดมี่ เป็นผู้วาดคนเดียวกับเรื่องโมากะโดกิ
สวนสัตว์สุดมหัศจรรย์ที่เคยตีพิมพ์ในโชเน็นจั๊มป์มาแล้ว ซึ่งเอ่ยถึงเรื่องนี้ก็น่าเสียดายเหมือนกัน
เพราะดำเนินเรื่องได้น่าสนุก และน่าติดตาม
ทว่าสุดท้ายไปไม่สุดกลับโดนตัดจบซะก่อนอย่างไรก็ตามการกลับมาสร้างผลงานในเรื่อง มาย ฮีโร่
อคาเดมี่ ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง และทำให้ได้ถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะจนโด่
ดังทั่วบ้านทั่วเมืองกันเลยทีเดียว…

5 ภาพยนตร์เกี่ยวชีวิตมนุษย์เงินเดือน

อย่างที่ทราบกันว่าภาพยนตร์นั้นมีหลากหลายแนว
แต่ภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเค้าเรื่องที่มีมาจากเรื่องจริง
นั้นเป็นอะไรที่หลายคนต่างให้ความสนใจ
เพราะนอกจากให้ความบันเทิงแล้ว คุณจะรับรู้ถึงอารมณ์ของตัวละคร
ราวกับว่าเราตัวเองสมมุติว่าเป็นพระเอกยังไงยังงั้น
ซึ่งวันนี้เรามี 5
ภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวิตการทำงานหรือมนุษย์เงินเดือนมาฝากกัน
ซึ่งบางเรื่องนั้นได้รับความชมอย่างมาก
ในแง่ของการสร้างแรงบันดาลใจไม่ยอมแท้หรือย่อท้อต่ออุปสรรค
1.Office Space
ภาพยนตร์เรื่องนี้ย้อนกลับไปเก่าสักนิดในปี 1999
โดยเป็นเรื่องราวของพนักงานออฟฟิศนั้นคงตรงกับชีวิตปัจจุบันของพว
กเราหลายคนอยู่ดี
เรื่องราวจะเกี่ยวข้องกับพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่เกลียดงานที่ตัวเองทำ
แบบชนิดที่ว่าเข้ากระดูกดำ แต่เขาก็ยังทนทำงานอยู่อย่างนั้น
เขาจึงได้ถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตอย่างสุดขั้ว
แม้ว่าเนื้อเรื่องอาจจะดูส่อไปในทางเก็บกด
แต่ตัวหนังนั้นทำออกมาได้ดีมีมุขตลกเรียกเสียงฮาอยู่บ้าง
2. The Intern
เป็นเรื่องราวของคุณปู่
ที่เข้ามาเป็นพนักงานฝึกหัดในบริษัทซื้อขายเสื้อผ้าออนไลน์ของเจ้านาย
คนสวย
ตัวหนังก็ผสานความแตกต่างของพนักงานออฟฟิศยุคเก่าและยุคใหม่เอ
าไว้อย่างลงตัว
มันทำให้เห็นชัดเลยว่าต่อให้เราจะเก่งแค่ไหนสุดท้ายแล้วเราก็ต้องการใ
ครสักคนที่พึ่งได้จริงๆ อยู่ดี
เหมือนที่เจ้านายสาวสุดมั่นคนนี้ก็ยังต้องขอคำปรึกษาจากคุณปู่เก๋าประส
บการณ์

3.Spotlight
เรื่องราวนั้นอาจจะดูเครียดเพราะเป็นหนังแนวสอบสวน
เป็นเรื่องราวของนักหนังสือพิมพ์
ที่เข้าไปเปิดโปงเรื่องราวที่เป็นความลับด้านมืด
เนื้อหาอาจจะค่อนข้างเครียดอยู่บ้างแต่ว่าแฝงความสนุกในแง่ของการแ
ก้ปมต่างๆ ได้อย่างสวยงาม
การจัดการกับประเด็นร้อนฉ่าที่อ้างอิงมาจากเรื่องจริงในปี 2001
เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศและการข่มขู่เด็กผู้ชายกว่า 80
รายในศาสนจักรคาธอลิค
4.Million Dollar Baby
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ประสบความสำเร็จคว้าไป 4
รางวัลจากเวทีออสการ์
นับว่าเป็นอีกหนึ่งหนังที่ขยี้ใจคนดูได้ตั้งแต่วินาทีแรกยันฉากสุดท้าย
เรื่องราวเกี่ยวกับเส้นทางความฝันของนักชกหญิงและครูมวยรุ่นเก๋าผู้แก่
ประสบการณ์
ที่มิตรภาพของทั้งสองกลับกลายมาเป็นปมในภายหลังจนได้
แน่นอนว่าเส้นทางความฝันมันไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ
ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำให้กลับมาคิดเรื่องสิ่งที่สำคัญที่สุดของการดำเนินชี
วิตเป็นมนุษย์คนหนึ่ง
5. 5.The Pursuit of Happyness

สุดยอดภาพยนตร์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลให้กับมนุษย์เงินเดือนหรือาชีพ
อื่นๆก็ตาม ให้ลูกขึ้นสู้ต่อไป
โดยเป็นเรื่องราวของพ่อลูกที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชี
วิต ไม่ว่าจะเป็นโดนไล่ออกจากที่พัก, ตกงาน
และไม่มีแม้แต่เงินจะประทังชีวิต
แต่สุดท้ายแล้วเรื่องราวความยากลำบากก็ค่อยๆ
ผ่านพ้นไปเพราะพวกเขาต่างไม่ท้อและสู้กับปัญหา…

จัดอันดับ 3 หนังสยองขวัญตลอดกาล Part 2

ก่อนหน้านี้เราได้เสนอการจัดอันดับหนังสยองขวัญในตอนแรกไปแล้วคราวนี้เรามาดู 3
หนังสยองขวัญตลอดกาลตอนท้ายกันบ้างว่าจะมีเรื่องอะไร และน่าดูขนาดไหน
พาราโนมอล แอคทิวิตี้
ย้อนกลับไปในช่วงที่หนังเรื่องนี้ถูกผลิตออกมาเป็นครั้งแรกเรียกได้ว่ามีความสมจริงสุดๆ
เพราะการถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ถูกใช้แบบบุคคลที่สาม
และสลับกับการใช้มุมภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้าน
ซึ่งในเวลานั้นยังไม่มีหนังผีเรื่องไหนใช้เทคนิคนี้มาก่อนทำให้มันได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างมากในภาคแ
รก โดยหนังว่าด้วยสองสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เพิ่งแต่งงานกัน และมาอาศัยอยู่ในบ้านสวยงาม
แต่หารู้ไหมว่ามีความสยองรอคอยอยู่
ซึ่งระหว่างที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตกันตามปกติพวกเขาต้องเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอยู่ตลอดเวลาอีกทั้งลูกเล่
นที่หนังใส่อารมณ์
และดึงจังหวะในแต่ละช่วงทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนเผลอคิดว่านี่คือเรื่องจริงกันเลยทีเดียว
ขณะเดียวกันหลังภาคแรกประสบความสำเร็จก็ยังถูกนำไปทำภาคต่ออีกสามภาคออกมาให้ได้ชมกัน
แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเหมือนอย่างในภาคแรก
1408
ใครชื่นชอบหนังสยองขวัญที่ตัวละครต้องต่อสู้ในสถานที่เดียวก็ต้องไม่พลาดเรื่องนี้กับ 1408
โดยเรื่องนี้ถูกนำออกมาฉายในปี 2007 ซึ่งถือได้ว่ามันได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม
หนังว่าด้วยชายคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นหนังเขียนวรรณกรรมสยองขวัญชื่อหนัง
และการที่งานเขียนของเขาถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีนั่นเพราะเขามักพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่เคยเกิดเห
ตุสยองจริงๆเสมอ ทว่าการมาที่ห้อง 1408
จากเดิมที่หวังได้พล็อตเรื่องไปผลิตนิยายสยองขวัญเขากลับต้องพบเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติจนเกือ
บเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งตลอดทั้งเรื่องดำเนินไปอย่างราบรื่น
และมีให้ลุ้นกันตลอดเวลาว่าพระเอกจะสามารถเอาชีวิตรอดจากห้องสุดสยองนี้ได้หรือไม่
ดิ เอ็กซ์ซอซิส
มาถึงอันดับสุดท้ายกับสุดยอดหนังสยองขวัญตลอดกาลอย่าง ดิ เอ็กซ์ซอซิส
ที่นับตั้งแต่ถูกนำออกฉายเป็นครั้งแรกในปี 1973
ก็ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันเมื่อมีการรีเมคกลับมาทำใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ที่ได้รับเสียงตอบรับดีที่สุดก็หนีไม่พ้นภาคแรกนั่นเพราะสร้างอิงมาจากเรื่องจริงของหญิงสาวที่เคยถูก
ผีเข้าจนร่างกายค่อยๆเปลี่ยนไป และเป็นข่าวดังมากๆในอดีต
ด้วยเหตุนี้มันจึงได้รับกระความนิยมอย่างมากในเวลานั้น
และกลายเป็นหนังสยองขวัญระดับตำนานจนถึงทุกวันนี้…

เว็บอนิเมะเถื่อนมะเร็งร้ายของวงการการ์ตูน

วงการอนิเมะถือเป็นตลาดที่เติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ถูกนำเข้ามาฉายกันอย่างแพร่หลาย
รวมถึงบางเรื่องที่เป็นการ์ตูนยอดฮิตทำให้ถูกสร้างเป็นเวอร์ชั่นเดอะ มูฟวี่ให้แฟนๆได้ติดตามกัน
ซึ่งสามเรื่องที่มักถูกนำมาสร้างเป็นเดอะ มูฟวี่บ่อยๆก็ได้แก่ วันพีซ โดราเอมอน และโคนัน
ซึ่งรายหลังล่าสุดก็เพิ่งออกเวอร์ชั่นเดอะมูฟวี่มาให้แฟนๆได้สนุกกันแบบสดๆร้อนๆเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง
แน่นอนว่ากระแสตอบรับยังคงล้นหลามเช่นเคยจริงๆกระแสอนิเมะในเวลานี้ต้องบอกว่าแม้จะยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง
แต่ก็สุ่มเสี่ยงไม่น้อยต่อการผลิตในแต่ละครั้งเพราะฐานการผลิตนั้นต้องใช้ต้นทุนเป็นจำนวนมากทำให้เสี่ยงทีเดียวหากเมื่อหนังออกมาแล้วกลับไม่คุ้มค่าเงินที่ลงทุนไป
แต่ในเวลานี้มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การลงทุมทำอนิเมะของบริษัทต่างๆสุ่มเสี่ยงมากขึ้นนั่นคือมีเว็บไซต์หลาย
เว็บแอบดูไฟล์อนิเมะหลายเรื่อง และนำมาปล่อยลงเว็บไซต์ของตัวเอง
ซึ่งมันส่งผลเสียอย่างมากกับวงการอนิเมะในปัจจุบันต้องยอมรับว่าในทุกวันนี้สื่อโซเชียลนั้นเข้าถึงทุกคน
และทุกเพศทุกวัยทำให้เหล่าเว็บการ์ตูนเถื่อนที่ผิดกฏหมายก็เข้าถึงคนดูได้ง่ายเช่นเดียวกันหย้อนกลับไป
ในยุคก่อนการจะดูอนิเมะนั้นไม่ง่ายเหมือนย่างทุกวันนี้ แต่มันก็เต็มไปด้วยมนสเน่ห์ และถูกกฏหมาย
โดยหากต้องการดูแบบไม่เสียเงินก็จะมีอนิเมะให้ชมกันทุกเช้าวันเสาร์อาทิตย์ทางช่อง 9
ที่มักหยิบการ์ตูนดังมาให้ดูเสมอรวมไปถึงช่องเจ็ด และสามเช่นเดียวกัน
ซึ่งเรื่องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในเวลานั้นคือดราก้อนบอลที่ครองใจแฟนการ์ตูนได้อยู่หมัด
และหากอยากดูแบบเสียเงินก็จะต้องซื้อแผ่นมาดูไม่ได้มีเว็บออนไลน์ให้ดูกันฟรีๆเหมือนในทุกวันนี้
สิ่งที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคนที่ทำเว็บไซน์อนิเมะเถื่อนขึ้นมานั้นเป็นคนรักการ์ตูนเหมือนคนทั่วไปแต่แทนที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง
และสนับสนุนให้วงการอนิเมะเจริญเติบโตกลับเลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ควรเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวซะอย่า
งนั้น ซึ่งเมื่อมีให้ดูฟรีคนก็จะไม่เสียเงินดูแบบถูกกฏหมาย
และปัญหาจะกลายเป็นลูกโซ่ไปจนกระทบต่อผู้ผลิต เพราะกว่าจะได้อนิเมะสักเรื่องไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
โดยผู้เขียนนั้นจะต้องสร้างงามจนเป็นที่ยอมรับจากคนอ่าน
ก่อนที่หลังจากนั้นทางบริษัทจะผลิตพิจารณาว่าเหมาะสมทำเป็นอนิเมะหรือไม่เมื่อถูกผลิตเป็นอนิเมะค่าใช้ง่ายก็จะสูงตามไปด้วย
ส่วนการนำเข้ามาจำหน่ายยังประเทศอื่นทางบริษัทนำเข้าก็ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์จำนวนมหาศาลในการนำเข้ามาให้คนไทยได้ดู เดิมทีมีผู้คนนิยมซื้อเยอะ
แต่ในปัจจุบันกลุ่มคนที่ซื้อเป็นเพียงกลุ่มที่อยากจะสะสมเท่านั้นผิดกับคนอีกกลุ่มที่ชื่นชอบการ์ตูน แต่ชอบของฟรีมากกว่าจนหันไปเสพออนไลน์
ซึ่งแน่นอนว่าผลกระทบจะเป็นลูกโซ่และสุดท้ายหากเป็นแบบนี้ต่อไปไม่แน่ว่าในอนาคตวงการอนิเมะอาจถึงคราวต้องปิดตัวลงก็เป็นได้…

นิโคลัส เคจ ผลงานที่น่าจดจำก่อนล้มละลาย

หนังแอ็คชั่นควบคู่กับการผจญภัย
การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของผู้อํานวยการสร้าง เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์
กับดารานําชาย นิโคลัส เคจ ซึ่ง เคยสร้างความทรงจําดีๆ ให้แฟนหนังจากผล
งานสุดมัน Con Air และ The Rock ใน National Treasure ภาค 1 ซึ่งถูกมองว่าเป็น
ส่วนผสมของ Indiana Jones, Tomb Raider และ The Mummy

นิโคลัส เคจ มารับบทเบนจามิน แฟรงคลิน เกตส์ นักโบราณคดีนัก ผจญภัย
(คาแรกเตอร์เดียวกับตัวละครเอกใน หนัง 3
เรื่องที่เอ่ยชื่อมา)ตลอดชีวิตเบนจามินติดตามค้นหา
ขุมทรัพย์ที่ไม่มีใครเชื่อว่ามีอยู่จริง นั่นคือ ขุมสมบัติล้ําค่าของกลุ่มอัศวินผู้ทําหน้าที่
คุ้มครองชาวคริสต์เดินทางไปกรุงเยรูซาเลม

เขาเชื่อว่าลายแทงขุมทรัพย์ต้องอยู่ที่ไหนสัก
แห่งในอเมริกาเขาสืบจนพบว่าลายแทงสมบัติซ่อนอยู่
ด้านหลังแผ่นคําประกาศอิสรภาพของอเมริกาซึ่งอยู่ในความดูแลของ อบิเกล เชส
(ไดแอนครเกอร์) หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
เขาต้องไปขอความ ช่วยเหลือจากเธอ
และใช้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ระดับอัจฉริยะของเพื่อนคู่หู (จัสติน บาร์ธา)
ในการถอดรหัสลับ

เมื่อมีฝ่ายพระเอกก็ต้องมีฝ่ายผู้ร้าย..กลุ่ม ผู้ร้ายในหนังเรื่องนี้นําโดย เอียน ฮาว
(ฌอน ปืน) มหาเศรษฐีนักล่าสมบัติชาวอังกฤษ
ซึ่งทําทุกวิถีทางเพื่อเป็นเจ้าของขุมทรัพย์อันล้ําค่าการล่าสมบัติและไล่ล่านักล่าสม
บัติเกิด ขึ้นในหลายโลเคชั่น ไล่เรียงตั้งแต่ซากเรือ โบราณใต้อาร์กติก
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สหรัฐฯ ห้องสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ อนุสาวรีย์ สําคัญๆ
ในวอชิงตัน ระฆังประกาศ อิสรภาพในฟิลาเดลเฟีย โบสถ์ทรินิตี้ใน วอลล์สตรีท
และสุสานใต้ดินในแมนฮัตตัน

จากโลเคชันและเรื่องราวดังกล่าว ทําให้ นักวิจารณ์บางคนมองว่า National Treasun
เป็นหนังผจญภัยที่จะทําให้ผู้ชมได้รับรู้เกรี ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

โดยเฉพาะการปฏิวัติ ในอเมริกา
และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้น

กว่าจะออกมาเป็น National Treasure หนังเรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อ 6 ปีก่อน ตอนที่ โอเรน
เอวีฟ คิดพล็อตหลักขึ้นมาได้ จากพล็อตหลัง ของเขา
หนังเรื่องนี้ต้องใช้คนเขียนบทถึง 9 คน จนกระทั่งได้บทสุดท้ายที่ใช้ในการถ่ายทํา
ซึ่ง เป็นเครดิตของ เท็ด เอลเลียต กับ เทอร์รี รอสซิโอ เจ้าของบทภาพยนตร์ Pirates
Of The Caribbean ทั้งภาค 1 ที่ออกฉายไปแล้ว และ ภาค 2 ที่กําลังลงมือสร้าง

ใครที่เคยชอบ Con Air, The Rock, Indiana Jones, Tomb Raider, The Mummy
ซึ่งมีบางแง่มุมเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กับ หนังเรื่องนี้ มีสิทธิ์ที่จะชอบ National Treasure
ไม่ต่างจากหนังทั้งหลายที่เอ่ยชื่อมาและยังสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ของอเมริกั
นไปในตัวอีกด้วย…

The shape of water หนังดีการันตีออสการ์ 2018

ในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 90 ประจำปี 2018
เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา The shape of water
นั้นสามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปถึง 4 รางวัลใหญ่ ได้แก่
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม
และรางวัลสาขาออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม
โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ กิลแลร์โม เดล โทโร
เป็นแนวแฟนตาซี-โรแมนติค ที่ได้เล่าถึงเนื้อหาของอิไลซ่า
สาวใบ้ที่ทำงานอยู่ในศูนย์วิจัยแห่งหนึ่งทำให้เธอได้เจอกับสัตว์ประหลา
ดที่อยู่ในน้ำ จนเกิดมีความพูกผันกัน และกลายเป็นความรัก
แม้ว่าในแง่ของชีวิตนั้นจะต่างกันสุดขั่ว
เธอสามารถสื่อสารกับสัตว์ประหลาดได้ และรับรู้ถึงจิตใจ
เมื่อได้ทราบข่าวว่าจะการจับสัตว์ประหลาดไปทำลาย
เธอจนต้องหาทางช่วยออกมาให้ได้ทันก่อนเวลา
นอกจากนี้ยังตกตกเป็นเป้าของสายลับสหภาพโซเวียต
ที่แทรกซึมเข้ามาเป็นนักวิทยาศาสตร์ในโครงการด้วยเช่นกัน
ทำให้หนังมีพล็อตหลักๆ
ที่ซ้อนทับกันอยู่ถึงสองเรื่องราวหนึ่งคือเรื่องราวโรแมนซ์
หนึ่งคือเรื่องของการแหกที่คุมขัง การหลบหนี
ที่ทอประเด็นของคนนอกหรือลำดับชั้นของความเป็นคนใส่เข้ามาได้อย่า
งกลมกลืน เนียนสนิท ไม่มีแง่มุมไหนที่หลุด หรือโดดออกไปจากเรื่อง
ในแบบงานขายความบันเทิงที่ดูให้สนุกก็สนุก ดูให้ซาบซึ้งก็ซาบซึ้ง
ให้ประทับใจก็ประทับใจ ต่อให้สามารถคาดเดาอะไรหลายๆ

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงเรื่องราวของความรักอันงด
งาม แม้ว่าไม่ใช่มนุษย์กับมนุษย์ก็ตาม
ซึ่งทั้งสองต่างเติมเต็มความอบอุ่นให้กันและกัน
แต่ทว่าก็แฝงไปด้วยความตื่นเต้น ของการหลบหนี การตามล่า
เรียกได้กว่าเป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานหลากหลายสไตล์ไม่ว่าเป็น

ไซไฟ โรแมนติก อิโรติก ผจญภัย ทริลเลอร์ สงคราม และ
มิวสิคเคิ่ลอีกด้วย

ส่วนสิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมของออสการ์
นั้นก็มองได้หลากหลายแบบทั้งในเรื่องของตัวนักแสดงฉากต่างๆ
รายละเอียดที่ทำออกมาได้อย่างสุดยอด
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจกันคงจะหนีไม่พ้น
ความสัมพันธ์ของอิไลซ่าและเจ้าสัตว์ประหลาดน้ำ เป็นสิ่งที่งดงาม
แม้ว่าอิไลซ่าจะเป็นใบ้
มีเพื่อนข้างบ้านและเพื่อนแม่บ้านที่ทำให้เธอไม่โดดเดี่ยว แต่ลึกๆ
เธอก็หัวใจและต้องการใครซักคนที่ได้ยินเสียงข้างในของเธอจริงๆ
ซึ่งสัตว์ประหลาดน้ำนั้นคือสิ่งที่เธอตามหา มันพูดไม่ได้
มันใช้ภาษามือแบบที่เธอใช้
เหมือนกับเราเข้าใจว่าสองสิ่งมีชีวิตนี้พูดคุยกันได้อย่างไร
ทำให้เรารู้สึกอยากจะเอาใจช่วยให้ทั้งคู่ผ่านพ้น
และยังทำให้เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของทั้งคู่แม้จะไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด
ๆออกมาซักคำ
นับว่าเป็นอีกหนึ่งาภาพยนตร์ที่น่าสนใจและควรหามาชมสักครั้ง…

ภาพยนต์_ ฉันจะเสียคุณไปจริงๆ หรือ เพื่อนรัก? ภาพยนต์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ดีที่สุดตลอดกาล

ภาพยนต์นั้นมีหลายประเภท แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นแนว โรแมนติกคอมเมดี้ ที่ทั้งรักทั้งตลก
เป็นการขายให้กลุ่มเป้าหมายที่กว้าง ดูได้ทุกเพศทุกวัย ดูแล้วอารมณ์ดี
กุ๊กกิ๊กตามสไตลส์ของหนังทำให้เราได้เห็นภาพยนต์แนวนี้ออกมาสู่ตลาด และหาชมได้เสมอๆ
เพราะว่าไม่ใช่หนังที่จะต้องไปสร้างด้วยต้นทุนที่แพงมหาศาล เพราะฉะนั้นแล้ว เราเลยมีหนังแนวนี้เสพกันเยอะ
แต่หนังแนวนี้ที่ถูกยกย่องกว่าดีที่สุดตลอดกาลเห็นจะต้องยกให้เรื่อง ฉันจะเสียคุณไปจริงๆ หรือ เพื่อนรัก?
ว่าด้วยเรื่องของการรักเพื่อนสนิท ผ่านเรื่องราวของจูเลี่ยน ที่แสดงโดย จูเลีย โรเบิร์ท นักเขียนวิจารณ์อาหารสาวสวย
กับไมเคิล ที่แสดงโดย เดอร์มอท มัลโรนี่ นักข่าวกีฬาผู้เป็นอดีตคนรักและกลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเธอ
ทั้งสองเคยพูดกันว่าหากอายุครบ 28 ปีแล้วต่างคนยังโสดทั้งสองจะแต่งงานกัน แต่เมื่อจูเลี่ยนกำลังจะอายุครบ 28 จริงๆ
ไมเคิลกลับบอกข่าวเธอว่าเขากำลังจะแต่งงานกับ คิมมี่ ที่แสดงโดย คาเมรอน ดิแอซ
และต้องการให้จูเลี่ยนเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ แผนการทวงคืนผู้ชายที่รักจึงเริ่มต้นขึ้นหนังออกฉายครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน
1997 ถือเป็นหนังรอม-คอมไอคอนิกของจูเลีย โรเบิร์ท อีกเรื่องหนึ่ง
“If you love someone, you say it, you say it right then, out loud. Otherwise, the moment…
passes you by.” ประโยคเด็ดที่ทำให้เด็กในวัยเลขหนึ่งนำหน้ากล้าบอกรัก กล้าแสดงออกความรู้สึก
ต่อให้สุดท้ายจะอกหักกลับมานอนร้องไห้ฟูมฟายนัดต่อนัดก็ตาม แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาเพราะฉากสุดท้ายที่จูเลี่ยนเต้นรำ
ก็ได้ให้กำลังใจเด็กหนุ่มสาวเหล่านั้นว่าพวกเธอยังมีเพื่อนคอยซับน้ำตาเสมอ
จนทำให้ไม่ว่าครั้งไหนที่ทั้งตัวเองหรือเพื่อนสนิทตกอยู่ในสภานการณ์แอบรักเพื่อนสนิทก็มักจะมีคนหยิบเอาเรื่องที่ไม่สมหวังข
องจูเลี่ยนและไมเคิลมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจทุกครั้ง
สิ่ภาพยนต์เรื่อง ฉันจะเสียคุณไปจริงๆ หรือ เพื่อนรัก? พยายามที่จะบอกคือ
ชีวิตของเรามันจะมีคนคนนึงที่เกิดมาเพื่อให้เรารักเฉยๆ คนที่อยู่ในความคิดของเราเสมอ
เขาเป็นคนที่เราครอบครองไม่ได้และความจริงข้อนั้นจะทำให้เราเป็นบ้าจนยอมทำสิ่งที่เสียหน้า เสียฟอร์ม
ทำอะไรที่คนอื่นไม่มีทางได้เห็นจนกระทั่งการกระทำและความไม่พอใจในสมการจะทำให้เราค่อยๆ
ยอมรับความจริงและก้าวออกมายินดีกับความสุขของเขาแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะคนอื่นก็ตาม
เพราะตอนนี้ความสุขของเขากับมิตรภาพระหว่างคุณมันกลายเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการได้ครอบครองเขาไปแล้ว…

ภายยนต์ในความห่วยยังมีความดีบทเรียนจาก The Disaster Artist

ภาพยนต์ที่ห่วยแตกที่สุดที่คุณเคยดูคือเรื่องอะไร ? อะไรนะ ทุกเรื่องที่พจน์ อานนท์กำกับเหรอ ?
ลืมมันไปได้เลยจนกว่าที่คุณจะได้ชมผลงานสุดอินดี้เรื่อง The room อะไรนะ ไม่เคยได้ยินเลยเหรอ ? ก็คงไม่แปลกหรอก
แต่จะบอกเลยนี่คือหนังห่วยที่ดีที่สุดตลอดกาลเท่าที่มีการสร้างออกมาเลยนะ
อะไรคือสิ่งที่ทำให้ภาพยนต์สุดห่วยกลายเป็นหนังที่ครองใจแฟนๆภาพยนต์ตลอดกาลไปได้ จน ดาราดังอย่าง เจมส์ ฟรังโก้
ถึงกับต้องหยิบเอาเบื้องหลังการสร้างหนังสุดห่วยนี้มาทำเป็นหนังที่ชื่อว่า The Disaster Artist หรือในชื่อไทย’หนังสุดกากศิลปินสุดเพี้ยน’
เท้าความไปก่อน ภาพยนต์เรื่องนี้ถูกสร้างโดย Tommy Wiseau ชายเพี้ยนปริศนาที่ทุกอย่างของเขาเต็มไปด้วยคำถามเขาเอาเงินจากไหนมาสร้างหนัง
และอะไรดลใจให้เขาสร้างหนังเรื่องนี้ด้วยการบรรจงยัดทุกอย่างที่แสนห่วยลงไปจนกลายเป็นหนังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตลอดกาล
พราะความห่วยจนขำนี่เองที่ทำให้ The Room กลายเป็นที่รักของแฟนๆ หนังคัลต์แบบที่พวกเขาลงทุนแต่งตัวเป็นตัวละคร
(โดยเฉพาะจอห์นนี่ ที่ไม่ได้มีอะไรต่างจากทอมมี่) ไปดูหนังในโรง
พกช้อนพลาสติกไปเขวี้ยงจอในฉากที่เห็นกรอบรูปใส่รูปช้อน ส่งเสียงหัวเราะ ท่องบท
และเฮลั่นจนคนที่ไปดูหนังในโรงครั้งแรกอาจดูไม่รู้เรื่อง เพราะเสียงคนดูดังกลบเสียงในจอไปหมดแล้ว
เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่คุณจะไม่ได้ดูจากเรื่องอื่นๆในโรงภาพยนต์แบบนี้แน่
อันที่จริงหนังเรื่องนี้ จะไม่ดังเป็นพลุแตกแบบนี้หากว่า เกร็ก
ที่ร่วมแสดงมีคนแห่กันมาถามเขาว่าทำไมเขาถึงยอมเล่นหนังห่วยๆ เรื่องนี้ เขาจึงเขียนหนังสือ The Disaster Artist
ขึ้นมาเพื่อเล่าทั้งความเป็นมาของหนัง การตัดสินใจเล่นของตัวเอง
ไปจนถึงบรรยากาศตอนถ่ายทำซึ่งบ้าคลั่งกว่าตัวหนังเองเสียอีก เพราะ The Disaster Artist นี้เองที่ทำให้ James
Franco ติดอกติดใจเรื่องราวของทอมมี่และเกร็กทั้งที่ไม่เคยดู The Room มาก่อนด้วยซ้ำ และเพียงได้ดู TheRoom ที่โรงหนังในแวนคูเวอร์เพียงครั้งเดียว เขาก็ติดใจจนคิดจะทำหนังเรื่อง The Disaster Artist
เพื่อเล่าเรื่องราวของผู้กำกับสุดเพี้ยนและทริบิวต์ให้ The Room ที่กลายเป็นตำนานหนังคัลต์ไปพร้อมๆ กัน เรื่องนี้เจมส์
ฟรังโก้ ได้น้องชายอย่าง เดฟ ฟรังโก้ มาร่วมแสดงเรียกเสียงฮาด้วย น่าเสียดายที่เรื่องนี้ไม่เข้าฉายในบ้านเรา
แต่แฟนๆยังสามารถดูออนไลน์ และซื้อแผ่นบลูเรย์ มาดูได้…