The Lobster หนังรักไอเดียแปลก หาคู่ให้ได้ใน 45 วัน มิฉะนั้นต้องกลายเป็นสัตว์

ภาพยนต์

“หาคู่ให้ได้ใน 45 วัน ถ้าทำไม่ได้ต้องกลายเป็นสัตว์” หลายๆ คนคงอ้าปากหวอ เมื่อได้ยินธีมหนังแบบนี้แต่นี่คือหนังที่เราอยากให้คุณได้ดู เพราะการันตีคุณภาพด้วยรางวัลและเสียงตอบรับจากผู้ชมที่ต่างยกย่องให้เป็น หนังที่รักที่เจ็บปวดที่สุดแห่งปี 2015
และเราได้รวมเหตุผลที่คุณควรดูหนังอินดี้ไอเดียแปลกเรื่องนี้ “The Lobster”

  1. รู้จักกับอีกหนึ่งแง่มุมของความรัก
    The Lobster เป็นหนังที่พูดถึงความรักในแง่มุมที่น่าสนใจ
    ด้วยการที่สร้างโลกจำลองที่คนโสดต้องถูกจับเข้าโรงแรมเพื่อหาคู่ให้ได้ มิเช่นนั้นจะถูกแปลงร่างไปเป็นสัตว์
    ถือเป็นการชำแหละความเป็นมนุษย์และนิยามความรักที่เจ็บและรุนแรง
    ซึ่งคุณจะได้เข้าใจความรักในมุมที่ลึกซึ้งมากขึ้นทุกครั้งหากได้ดูซ้ำหลายๆ รอบ
  2. เมื่อเลือกเป็นโสดก็จงเป็นสัตว์
    เมื่อคุณกลายเป็นโสดไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม จะถูกจับไปไว้ใน The Hotel กับภารกิจหาคู่ให้ได้ใน 45 วัน
    มิเช่นนั้นจะถูกเปลี่ยนสัตว์ที่คุณเลือก เราจะได้เห็นชีวิตของผู้คนหลายประเภท ทั้งคนที่พยายามตามหารักแท้
    คนที่ไม่สนใจชีวิตและสิ้นหวัง หรือคนที่ไร้ความรักแต่กลับออกล่าไปคนโสดที่พยายามหนี
    เพื่อต่อเวลาของตัวเองไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ก็ไม่อาจหนีความทุกข์ได้
    เพราะเป็นความรักที่ถูกบังคับ ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ
  3. การันตีด้วยคำวิจารณ์ที่ยอดเยี่ยม สนุกและเข้าถึงง่ายกว่าที่คิดไม่ต้องกลัวว่าดูหนังอินดี้แล้วจะไม่รู้เรื่อง เพราะ The Lobster มากด้วยคุณภาพ ทั้งคะแนนจาก RottenTomatoes ถึง 91 % และ Metacritic 81/100 และตัวหนังเองยังสามารถเข้าถึงผู้ชมได้ง่ายกว่าที่คิดคุณจะรู้สึกสนุก ตลก และรับรู้ความรู้สึกตัวละครได้อย่างง่ายดาย เพราะเรื่องความรัก ถือเป็นสิ่งที่หลายๆคนรู้จักและอินไปกับมันได้ไม่ยาก
  4. บรรยากาศสุดแปลกที่ทุกคนต้องจดจำ
    ด้วยเรื่องราวสุดแปลก ทำให้งานโปรดักชั่นในเรื่องนี้ถือว่าไม่ธรรมดาเลย มีการถ่ายทำในเมืองที่ดูแปลกตา
    สวยงาม ลึกลับและน่าสนใจ ผสมผสานกับงานกำกับภาพที่ละเมียดละไม และดนตรีที่ทั้งตลกและชวนสยอง
    เป็นข้อพิสูจน์ว่า The Lobster ไม่ได้โดดเด่นแค่ไอเดียของเนื้อเรื่องเท่านั้น
    แต่งานออกแบบศิลป์ในหนังยังส่งเสริมเรื่องราวให้น่าจดจำเป็นอย่างดี
  5. คับคั่งด้วยนักแสดงคุณภาพ
    ถึงจะเป็นหนังอินดี้ แต่นักแสดงเรื่องนี้ล้วนเป็นระดับบิ๊กเนมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Colin Farrell
    กับบทชายโดนทิ้งพุงย้วย ตามด้วย Rachel Weisz ในบทสาวโสดสุดสวย รวมไปถึง Ben Wishaw, Léa
    Seydoux ที่เราคุ้นหน้ากันดีใน 007 : Spectre รวมไปถึง John C. Reilly และ Jessica Barden
    ซึ่งทุกคนต่างมอบการแสดงที่สุดยอดและน่าจดจำ คุณจะได้เห็นพวกเขาในบทบาทที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแน่นอน
    และอาจทำให้คุณต้องอึ้ง

สุดยอดภาพยนตร์ไทย ที่สร้างมาจากเรื่องจริง

ภาพยนต์

1.น้ำพุ (พ.ศ. 2527)
กำกับโดย ยุทธนา มุกดาสนิท
นำแสดงโดย ภัทราวดี มีชูธน, อำพล ลำพูน, วรรษมน วัฒโรดม, เรวัต พุทธินันทน์,
สุเชาว์ พงษ์วิไล
ภาพยนตร์สะท้อนสังคมสร้างมาจากเรื่องจริงของ วงษ์เมือง นันทขว้าง หรือ
น้ำพุ ลูกชายคนเดียวของสุวรรณี สุคนธ์เที่ยง เจ้าของนามปากกา “สุวรรณี
สุคนธา” (น้ำพุตัวจริงคือคนขวาสุดของภาพด้านขวา)
น้ำพุเป็นเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีปัญหา พ่อกับแม่แยกทางกัน
และเขาก็ได้ค้นหาสิ่งใหม่ๆให้ชีวิตทั้งดีและไม่ดี แล้วน้ำพุ ก็เลือกทางผิด
ยิ่งเมื่อแม่มีสามีคนใหม่ จึงเป็นตัวเร่งให้เขาเริ่มแตกแยกจากครอบครัว
บวกกับการที่เขาเลือกคบเพื่อนที่เสพยา จนติดยาหนัก
แก้วเพื่อนสนิทของน้ำพุรู้เข้า ก็เสียใจมาก จึงตัดสินใจบอกแม่และครอบครัว
แม่พาน้ำพุไปเลิกยาที่วัดถ้ำกระบอกกับเพื่อน แต่เมื่อเขากลับมาบ้าน
เขากลับไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดีเท่าที่เขาคาดหวัง
จึงเกิดความรู้สึกน้อยใจตามประสาวัยรุ่น หันกลับไปหายาเสพติดอีกครั้ง
และครั้งนี้มันก็เอาชีวิตของน้ำพุไป
ก่อนจะเป็นหนัง “น้ำพุ”
เคยเป็นหนังสือเล่มเล็กๆที่กระทรวงศึกษาธิการแนะนำให้นักเรียนอ่านนอกเวลา
เพราะความตายจากยาเสพติดของน้ำพุ สะเทือนใจสังคมไทยในเวลานั้น
และเมื่อเป็นหนัง แม้ไม่มีหลักสูตรแนะนำหนังนอกโรงเรียน
แต่หลายโรงเรียนได้นำนักเรียนไปดูชีวิต
และชะตากรรมของเขาจึงฝังอยู่ในความทรงจำในยุคสมัยหนึ่งของสังคมไทย
ภาพยนตร์ออกฉายวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2527 อุทิศให้แก่คุณสุวรรณี
สุคนธ์เที่ยง ที่เสียชีวิตขณะไปจ่ายตลาด แล้วถูกวัยรุ่นทำร้ายถึงแก่ความตาย
เพื่อชิงรถยนต์นำไปหาซื้อยาเสพติด เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527
ภาพยนตร์ได้รับความนิยมมากมาย
ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศต่างแน่นขนัดไปด้วยผู้ชมที่ต่างก็อยากเข้าไปช
มภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากชีวิตจริงๆ ของครอบครัวๆ
หนึ่งที่เอาชีวิตของคนทั้งครอบครัวมาเป็นตัวอย่างและถ่ายทอดออกมาเป็นวรรณก
รรมและภาพยนตร์ได้อย่างซาบซึ้งอารมณ์จนเป็นที่กล่าวขานกันมากที่สุดแห่งยุคเ
ป็นความประทับใจที่ไม่รู้เลือน

เช่นเดียวกันความสำเร็จของด้านนักแสดงที่รับบทเป็นน้ำพุอย่าง อำพล
ลำพูนก็แจ้งเกิด ณ เวทีการแสดงแห่งนี้ ส่งผลให้เขาได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง
สาขาดารานำชายยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยื่ยม
อีกทั้งรางวัลดารานำชายดีเด่น
จากงานเทศกาลภาพยนตร์แห่งเอเซียและแปซิฟิกครั้งที่ 2


2.สะพานรักสารสิน (พ.ศ. 2530)
กำกับโดย เปี๊ยก โปสเตอร์
นำแสดงโดย รอน บรรจงสร้าง, จินตหรา สุขพัฒน์, สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์, เป็ด
เชิญยิ้ม, โรม อิศรา, น้ำเงิน บุญหนัก, สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต
สร้างจากเรื่องจริงที่ไม่อิงนิยาย เกิดขึ้นจริงในจังหวัดภูเก็ตในช่วงปี พ.ศ.
2516 โศกนาฏกรรมรักของหนุ่มสาว นายหัวรถสองแถวและครูสาวผู้สูงศักดิ์
ที่ผู้เป็นพ่อพยายามขัดขวางทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้คบกันและจะคลุมถุงชนลูกสาวให้
แต่งงานกับชายหนุ่มที่มีฐานะดี ในที่สุดเมื่อความรักถึงทางตัน
ทั้งคู่จึงตัดสินปัญหาด้วยการใช้ผ้าขาวม้าผูกต่อกันมัดตัวเองกระโดดจากกลางสะพ
านลงสู่พื้นน้ำไปตามใจปรารถนา

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและถูกหยิบยกขึ้นมาสร้างเป็นภาพยนตร์เป็
นตำนานความรักที่ถูกนำมาเป็นบทเรียนของชีวิต
โดยผู้สร้างนำพาภาพยนตร์ให้ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจหรืออุทาหรณ์สอนให้สั
งคมได้เรียนรู้และเข้าใจปัญหาชีวิตที่นำไปสู่ความผิดพลาดนอกจากนั้นยังมีการสอดแทรกเรื่องราวของวิถีชีวิตของชาวเลทั้งการประกอบอาชีพและวัฒนธรรมการแสดงรองเง็งโดยคนพื้นถิ่นซึ่งเป็นบันทึกทางมานุษยวิทยาที่หา ดูได้ยากอีกด้วย
ภาพยนตร์ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ
(ผู้แสดงประกอบฝ่ายชายยอดเยี่ยม, ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม,
กำกับภาพยอดเยี่ยม) และรางวัลตุ๊กตาทอง (ตลกชายยอดเยี่ยม)
ล่าสุดภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคัดเลือกเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ในปี พ.ศ.
2559 ร่วมกับภาพยนตร์ไทยอีก 24 เรื่อง


3.14 ตุลา สงครามประชาชน (พ.ศ. 2544)
กำกับโดย บัณฑิต ฤทธิ์ถกล

นำแสดงโดย ภาณุ สุวรรณโณ, พิมพรรณ จันทะ, เกริกเกียรติ พันธุ์พิพัฒน์,
ภคชนก์ โวอ่อนศรี
เรื่องราวของนักคิดนักเขียน นักวิชาการคนสำคัญในสังคมไทย
อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ชีวประวัติของท่านถูกถ่ายทอดลงใน “14 ตุลา
สงครามประชาชน” หนังตั้งต้นจากเหตุการณ์ 14 ตุลา ในปี พ.ศ. 2516
หรือวันมหาวิปโยค
เมื่อครั้งอาจารย์เสกสรรค์อยู่ในฐานะผู้นำขบวนการนิสิตนักศึกษาเรียกร้องประชา
ธิปไตยหลบลี้หนีภัยการเมืองเข้าป่าพร้อมภรรยารวมกลุ่มกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่ง
ประเทศไทยจนกระทั่งออกจากป่า หนังเล่าถึงการต่อสู้เอาตัวรอดในป่า
ทั้งเพื่อปากท้องและอุดมการณ์ โดยผู้รับบทเป็นเสกสรรค์คือ ภาณุ สุวรรณโณ
ในสมัยยังเป็นหนุ่มวิศวะฯ และไม่เคยผ่านงานแสดงเรื่องใดมาก่อน
ภาพยนตร์เขียนบทร่างโดยเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2542
เริ่มต้นถ่ายทำเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2543 เมื่อเริ่มเขียนบท
เสกสรรค์ตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า สหายไท ซึ่งเป็นชื่อจัดตั้งของตัวเขาเมื่ออยู่ในป่า
ต่อมาบัณฑิต ฤทธิ์ถกล ได้ตั้งชื่อว่า คนล่าจันทร์ (ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “The
Moonhunter”)
ตามฉากหนึ่งในเรื่องโดยสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างอุดมคติ
หรือจุดมุ่งหมาย ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
ภาพยนตร์ได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม,
บันทึกเสียงยอดเยี่ยม) รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม,
ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม)
และได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย
ส่งเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม
ในการประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 74 แต่ไม่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย


4.ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง (พ.ศ. 2558)
กำกับโดย ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ
นำแสดงโดย นพชัย ชัยนาม, อะตอม สัมพันธภาพ, พงศ์ภัทร์ พงษ์ประไพ, โยธิน
มาพบพันธ์, คุณากร เกิดพันธุ์, วิทยา ปานศรีงาม, ภารดี อยู่โสภา
ภาพยนตร์ 1 ใน 4 ภาพยนตร์โครงการ “คีตราชนิพนธ์
บทเพลงในดวงใจราษฎร์” ของผู้กำกับ โอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ สร้างจากเรื่องจริงของ
สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ป่าห้วยขาแข้ง นักสู้ผู้อุทิศชีวิตเพื่อผืนป่า

เมืองไทย ในช่วงสี่ปีสุดท้ายที่เขามุ่งมั่นและต่อสู้เพื่อยุติการตัดไม้ทำลายป่า
และล่าสัตว์ป่าอย่างไม่เกรงกลัว ต่อกฎหมาย สืบยืนหยัดต่อกรกับอิทธิพลมืด
นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตด้วยมือเปล่า
และหัวใจที่จะไม่ยอมให้ผืนป่าของเมืองไทยต้องหมดสิ้นไปเพราะความโลภและเห็
นแก่ตัว
หนังอัตชีวประวัติ ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม
ล้วนมีความน่าสนใจอยู่ในตัวระดับหนึ่ง จะเห็นว่าสำหรับหนังไทยนั้น
หนังอัตชีวประวัติมีจำนวนน้อยหรือเกิน ทั้งๆ
ที่บ้านเรามีบุคคลสำคัญมากมายที่น่าจะนำเรื่องราวของท่านเหล่านั้นมาเล่าสู่คนรุ่น
หลังให้ได้ศึกษากันต่อไป มีคนไทยมากมายรอดูหนังอัตชีวประวัติ พอๆ
กับมีบุคคลอีกจำนวนมาก
ที่เรื่องราวของเขาและเธอสมควรได้รับการถ่ายทอดลงบนภาพยนตร์ในฐานะหนัง
ชีวประวัติครับ


5.เพชฌฆาต (พ.ศ. 2557)
กำกับโดย ทอม วอลเลอร์
นำแสดงโดย วิทยา ปานศรีงาม, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เดวิด อัศวนนท์, นิรุตติ์
ศิริจรรยา
สร้างมาจากเรื่องจริงของคุณ เชาวเรศน์ จารุบุณย์
เพชรฆาตคนสุดท้ายที่ประหารคนด้วยการยิงเป้า หนังเล่าถึงเรื่องราวชีวิต
และความจริงหลังแดนประหารว่าการมีอาชีพเป็นเพชรฆาตต้องพบเจอกับอะไรบ้า
งในเรือนจำกลางบางขวาง
เรื่องราวของมือประหารคนสุดท้ายของประเทศไทยที่ปลิดชีวิตนักโทษด้วยวิธีการ
ยิงเป้า จากนักดนตรีหนุ่มผู้หลงใหลใน เพลงร็อคแอนด์โรล
เขาได้เลือกเส้นทางชีวิตเพื่อความมั่นคงขอ­งครอบครัวที่เขารัก
อาชีพที่เกิดจากความบังเอิญ
เบื้องลึกความจริงที่น่ากลัวของการประหารชีวิตนักโทษคนแล้วคนเล่า
ความรักและครอบครัวที่สวยงาม กรรมดีที่เคยก่อกรรมชั่วที่มองไม่เห็น
มันคือวัฎจักรแห่งกรรมที่ไม่มีผู้ใดจะรู้ไ­ด้ดีเท่าผู้ที่เหนี่ยวไกปืนเพื่อจบชีวิตนั­กโทษ
ในแดนประหารเท่านั้น นี่คือตำนานเรื่องราวชีวิตของ “เชาวเรศน์”
เพชฌฆาตคนสุดท้าย ณ แดนประหาร เรือนจำกลางบางขวาง…

สล็อตโบนัสฟรี – ความสุขของสล็อตลดต้นทุน

สล็อตโบนัสฟรี - ความสุขของสล็อตลดต้นทุน
สล็อตโบนัสฟรี - ความสุขของสล็อตลดต้นทุน

ทุกคนรู้ดีว่าไม่มีเกมที่เข้ามาใกล้กับสล็อตในคาสิโน พิจารณาทุกเกมที่แตกต่างกันที่หนึ่งสามารถเล่นในคาสิโนก็จะทำให้ความรู้สึกน้อยมากที่จะไปในสิ่งอื่นนอกเหนือจากช่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณยังใหม่กับคาสิโน ดังนั้นคุณอาจสงสัยว่าควรระวังอะไรในกรณีที่คุณต้องการสนุกกับเกมที่ดีที่สุด ตัวเลือกที่ผู้คนจำนวนมากดูเหมือนจะค้นพบอย่างรวดเร็วในวันนี้คือช่วงโบนัสฟรี บางทีคุณก็อาจจะสามารถมองเห็นสิ่งที่ทำให้ตัวเลือกนี้เป็นพิเศษ

เริ่มต้นด้วยคุณควรจะรู้ว่าคุณจะสามารถได้รับสล็อตโบนัสฟรีโดยไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อตัวเลือกนี้ ในความเป็นจริงเคล็ดลับอยู่ในรู้สิ่งที่ต้องระวังและมั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถมองเห็นเว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับความต้องการของคุณได้อย่างง่ายดาย ในความเป็นจริงคุณอาจรู้สึกประทับใจที่ทราบว่านอกเหนือจากสล็อตโบนัสเว็บไซต์เหล่านี้มีตัวเลือกเพิ่มเติมที่ยังฟรีและเพิ่มคุณค่าของเว็บไซต์โดยรวม

นอกจากนี้คุณอาจได้รับมากกว่าช่องโบนัสฟรีเมื่อคุณแนะนำคนอื่น ๆ มายังไซต์นี้ ด้วยวิธีนี้คุณจะสามารถเข้าถึงเกมได้โดยง่ายโดยปกติจะใช้เงินเป็นจำนวนมาก ดังนั้นโดยการตรวจสอบตัวเลือกและสร้างความมั่นใจว่าผู้คนจำนวนมากมองเข้าไปในนั้นคุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถได้รับเงินของคุณคุ้มค่า สำรวจเว็บไซต์เพื่อดูว่าอะไรที่เป็นไปได้นอกเหนือจากสล็อตรุ่นนี้เพียงอย่างเดียว

แต่ถ้าคุณพบว่าตัวเองติดยาเสพติดอย่างสมบูรณ์เพื่อสล็อตโบนัสฟรีไม่ต้องตื่นตระหนก นี่เป็นความจริงอย่างสมบูรณ์ตามปกติเนื่องจากเกมเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมอย่างมาก คุณอาจเล่นเนื้อหาเหล่านี้ไปที่เนื้อหาของหัวใจได้เนื่องจากฟรีและช่วยให้คุณได้รับค่าเงินที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แน่นอนนี่คือสิ่งที่คุณต้องการพิจารณาและจดจำไว้ตั้งแต่คุณต้องการจะเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุดเพื่อความบันเทิงในขณะออนไลน์ ด้วยช่องเสียบที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายความบันเทิงของคุณอาจไม่ดีเท่าที่ควร จำไว้ว่านี่เป็นครั้งต่อไปที่คุณคิดถึงเรื่องความบันเทิงในขณะที่คุณอยู่บนอินเทอร์เน็ต

เรื่องย่อบุปผาราตรี3.2

ภาพยนต์

หลังการกลับชาติมาเกิดของ “บุปผา” (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ในร่างของ
“เด็กหญิงปลา” (ด.ญ. นัดตะวัน ศักดิ์ศิริ)
เด็กน้อยผู้น่าสงสารและโชคร้ายที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณในห้อง 609 ของ
“ออสการ์อพาร์ตเม้นต์-ฉบับเรโนเวท” ที่มาพร้อม “บ่อนเถื่อน”
ซึ่งบริหารงานนับเงินโดยเจ้าของบ่อนอย่าง “เจ๊สาม” (ฉันทนา กิติยพันธ์)
และดำเนินการโกงเนียนๆ โดย “เซียนต้อม” (ค่อม ชวนชื่น) เซียนพนันที่มี
“ลูกกรอกตัวพ่อ” (อุดม ชวนชื่น) คอยช่วยเหลือทุกครั้งที่ลงสนามไฮโล
ฉับพลันชั่ววูบความตาย “ผีปลา” ก็ออกอาการร้อนวิชาเฮี้ยนโหด
จัดการบรรเลงเพลงเชือดสยองชุดใหญ่ไล่ตั้งแต่ห้อง 609 ยันบ่อนชั้น 3
ที่เหล่าเซียนพนันนานาชาติสิงสถิตย์อยู่

อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ “หรั่ง” (มาริโอ้ เมาเร่อ)
นักวาดการ์ตูนผีได้ย้ายมาอยู่ที่ออสการ์อพาร์ตเม้นต์แห่งนี้เพียงไม่กี่วัน
เขาก็มีโอกาสได้พบกับบุปผา-หญิงสาวที่เขาแอบหลงรักมาตั้งแต่วัยเด็ก
โดยไม่รู้ว่าเธอกลายเป็น “ผีบุปผา” ไปแล้ว หาใช่ “พี่บุปผา” คนเดิมไม่
เขาตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นกัน เขาจะต้องบอกรักพี่บุปผาให้ได้ แต่แล้ว
“บุพเพสันนิวาส” ที่หรั่งเคยคิดเมื่อแรกเจอกัน มันกลับกลายเป็น “บุปผาอาละวาด”
จนกระทั่ง…หรั่งสิ้นสติไป
ร้อนถึงเจ๊สามที่ต้องจ้าง “หมอคง หรือ ด๊อกเตอร์คง” (สมเล็ก ศักดิกุล),
“หมอผีเขมร” และ “ฤาษีตาไฟ” มาร่วมด้วยช่วยปราบผีบุปผาเฮี้ยนรักโดยด่วน!!!

และในขณะที่ “การสืบคดีเด็กหญิงปลาถูกฆ่า” ของนักสืบเทพ
กำลังถูกแก้ปมใหญ่-ไขปริศนาอันน่าสะพรึง ข้างฝ่าย “หมวดอังเคิล-จ่าบุญถิ่น”

คู่หูตำรวจสุดป่วนก็ต้องกลับมาเยือนออสการ์อพารต์เม้นต์อีกครั้งด้วยความ (ไม่)
เต็มใจอย่างสุดซึ้ง เมื่อพวกเขาได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการ “ดักทลายบ่อนเจ๊สาม”
เพื่อจับกุมอาชญากรข้ามชาติที่หนีมากบดานที่นี่ให้ได้ โดยงานนี้มี “เดวิด เจียง”
มือปราบพระกาฬ (!?!) แห่งเกาะฮ่องกง มาช่วยกันจ้ำอ้าวหนีผีไม่มีอั้น…ซะงั้น
เรื่องราวโกลาหล-งงงวยซวยเป็น “หมู่คณะออสการ์” จะลงเอยอย่างไร
กำแพงรักของ “หนุ่มหรั่งและสาวบุปผา” จะถูกฝ่าไปสิ้นสุดตรงจุดไหน
เสียงกรีดร้องฉบับดั้งเดิมพร้อมตวัดปลายมีดโกนของ “ผีสาวตัวแม่รุ่น 3.2”
กำลังรอทุกคนมาขมวดปมส่งท้ายความสยองไปพร้อมๆ กัน…

A Cure for Wellness ชีพอมตะ

ภาพยนต์

A Cure For Wellness ชีพอมตะ
ว่าด้วยเรื่องราวของผู้บริหารหนุ่มที่ถูกส่งตัวไปตามซีอีโอของบริษัทกลับจาก
“ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ” ที่ดูสวยงามแต่ลึกลับ ในสถานที่ไกลห่างอย่างเทือกเขาสวิสแอลป์
กระทั่งเกิดอุบัติเหตุทำให้เขาต้องอยู่พักฟื้นร่างกายที่นี่ด้วยเช่นกัน
ระหว่างนั้นเขาก็พยายามเกลี้ยกล่องซีอีโอคนนี้กลับบริษัท
ทว่าเรื่องราวที่ไม่ชอบมาพากลในศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพแห่งนี้กลับทำให้เขารู้สึกสงสัยใค
ร่รู้มากขึ้น และนั่นนำมาซึ่งอันตรายที่เขาคาดไม่ถึง

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงหนีจะไม่พ้นการนำเสนองานด้านภาพไว้ได้อย่างน่า
สนใจ ด้วยความที่ภาพยนตร์เป็นภาพยนตร์แนวลึกลับระทึกขวัญด้วยแล้ว
การเดินเรื่องภาพยนตร์ด้วยถ่ายให้เห็นฉากต่าง ๆ ที่ชวนให้รู้สึกแปลกตา ดูขนลุก
และดูน่าลึกลับ ได้ส่งอารมณ์ความตื่นเต้นตั้งแต่ฉากแรกของภาพยนตร์เลยทีเดียว
ขณะเดียวกันหลายฉากที่พระเอกเดินไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพแห่งนี้
ความเงียบที่มีเพียงเสียงของลั่นของไม้ค้ำยันก็ทำให้ได้อารมณ์
และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจากเกมระทึกขวัญอย่าง Outlast ได้หอมปากหอมคอ

จากตัวอย่างหรือคลิปที่ปล่อยออกมาให้ชมก่อนหน้าที่ภาพยนตร์จะเข้าฉายนั้น
ก็ทำให้เชื่อได้ว่าในตัวภาพยนตร์จะได้เห็นฉากระทึกขวัญชวนเสียวสันหลังวาบแน่ ๆ
ซึ่งในภาพยนตร์จริง ๆ
นั้นฉากที่ชวนหวาดเสียวหรือชวนคลื่นเหียนนั้นกลับมีน้อยกว่าที่คิด
แต่ถึงกระนั้นสำหรับคนที่ไม่ชอบฉากในลักษณะนี้อาจจะต้องมีเอามือมาปิดหน้าปิดตา
กันบ้าง
โดยเฉพาะคนที่กลัวปลาไหลด้วยแล้วนั้น…ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะสร้างความขนพอง
สยองเกล้าได้มากกว่าผู้ที่ไม่กลัวปลาไหลอย่างแน่นอน

นักแสดงคนสำคัญของเรื่องอย่าง เดน เดอฮาน
เป็นตัวละครสำคัญที่เป็นเสาหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้
และทำหน้าที่ออกมาได้เป็นอย่างดี ในหลาย ๆ
ฉากสามารถสร้างอารมณ์และความกดดันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ขณะเดียวกันนักแสดงสาว มีอา ก็อธ (Mia Goth) รับบทเป็น ฮันนาห์
สาวปริศนาที่มีบทบาทในเรื่องพอสมควร
ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ดูไม่ปกติเท่าไรนั้นสามารถสร้างความตื่นตระหนกและชวนหล
อนได้เป็นอย่างดีเช่นกัน หากพูดในแง่นักแสดงแล้วถือว่าเข้าคู่กันได้อย่างลงตัว

ความที่ภาพยนตร์มีความยาวประมาณสองชั่วโมงครึ่ง
ซึ่งนั่นอาจจะกลายเป็นข้อเสียสำคัญสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้
โดยส่วนตัวมองว่าภาพยนตร์ระทึกขวัญอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องมีเรื่องราวซับซ้อนห
รือเล่ายาวนานจนเกินไป
หากมองเป็นสัดส่วนแล้วน่าจะเน้นความลุ้นระทึกมากกว่าการเล่าเรื่อง
แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับเน้นไปที่เนื้อเรื่องมากกว่า
จึงลดสัดส่วนความระทึกขวัญลงไปอย่างน่าเสียดาย
ส่วนตัวมองว่าการที่ภาพยนตร์ปูให้เห็นถึงความลึกลับซับซ้อนชวนขนลุกของศูนย์ฟื้น
ฟูสุขภาพแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว
น่าจะเล่นกับความน่ากลัวในสถานที่แห่งนี้ได้มากกว่านี้…

รีวิว First Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์

ภาพยนต์

เข้าฉายในบ้านเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ First Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ ผลงานการกำกับของผู้กำกับดีกรีรางวัลออสการ์ เดเมียน ชาแซล (Damien Chazelle) หลังจากสร้างชื่อใน Whiplash (2014) และ La La Land (2016) งานนี้เจ้าตัวกลับมาร่วมงานกับ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) พระเอกคู่บุญอีกครั้ง ถึงขนาดเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) เป็นตัวเลือกเดียวที่เขาจะให้มารับบทบาทของ นีล อาร์มสตรอง เลยทีเดียว

First Man มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์ ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของนักบินอวกาศ นีล อาร์มสตรอง และภารกิจอวกาศแห่งตำนานที่ทำให้เขากลายเป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ไปเดินเล่นบนดวงจันทร์ในวันที่ 20 กรกฎาคม 1969 โดยหนังได้พาเราไปสำรวจความรู้สึกนึกคิดของพ่อนักบินอวกาศคนนี้ นับตั้งแต่การสูญเสียครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อจิตใจของเขา และเหมือนว่าเขาต้องเผชิญกับความสูญเสียเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ จากการสมัครเข้าร่วมโครงการไปเหยียบดวงจันทร์ แม้จะไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก แต่มันก็เป็นการบั่นทอนพลังหลายๆ อย่าง

ด้วยฝีมือทางการแสดงของ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) นั้นได้ถ่ายทอดบทบาทของ นีล อาร์มสตรอง ออกมาได้อย่างเข้าถึงอารมณ์ เขาทำให้ผู้ชมอย่างเรานั้นคล้อยตามไปกับเขาได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสีย โศกเศร้า และความกดดัน ยิ่งได้การสื่ออารมณ์ของนักแสดงสาว แคลร์ ฟอย ( Claire Foy) มาร่วมด้วยก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างมันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกได้ว่าตัวละครทุกตัวล้วนแล้วแต่เสริมกันและกันจนทำให้อารมณ์ของหนังออกมาสมบูรณ์

และถึงแม้ว่าหนังจะได้ฝีมือของนักแสดงมากความสามารถมาช่วยพยุงอารมณ์ของหนังให้ออกมาแทบไร้ที่ติ แต่โดยภาพรวมกลับเห็นได้ชัดเจนว่าตัวหนังค่อนข้างจืดชืด แม้จะมีช่วงที่ทำให้เราได้ตื่นตาไปกับการออกไปนอกโลก ได้ไปเห็นอวกาศอันมืดมิด และได้เห็นความสำเร็จของเหล่านักบินอวกาศที่ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ครั้งแรก มันกลับไม่ได้ช่วยให้เราสนุกหรือเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวเหล่านี้มากนัก

อย่างไรก็ตาม แม้หนังจะไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้เราได้สนุกและลุ้นระทึกเหมือนไปดูหนังซูเปอร์ฮีโร่หรือหนังแนวอื่นๆ แต่ด้วยฝีมือของนักแสดงที่ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างมืออาชีพ ประกอบกับโปรดักชั่นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการ งานภาพที่ถ่ายด้วยกล้องไอแม็กซ์สวยงามแทบไม่มีที่ติ ก็ทำให้เราอิ่มได้เหมือนกัน เชื่อว่าใครที่ชอบเสพงานภาพสวยๆ เป็นต้องร้องซี๊ดแน่นอน ซึ่งหากได้ดูในโรงไอแม็กซ์จะฟินสุดๆ เพราะเหมือนเราได้ไปเดินดวงจันทร์กับ นีล อาร์มสตรอง กันเลยทีเดียว…

เกร็ดที่น่าสนใจจากภาพยนตร์ The Shawshank Redemption

ภาพยนต์

The Shawshank Redemption ภาพยนตร์ยุค 90
ที่ปัจจุบันยังคงมีคนพูดถึงเป็นอย่างมาก
บางคนต้องกลับไปย้อนดูอยู่เรื่อยๆ
เพราะเป็นหนังที่มีความพิเศษให้ความรู้สึกทุกอารมณ์เมื่อคุณได้รับชมภ
าพยนตร์เรื่องนี้
โดยภาพยนตร์นี้นักแสดงนำได้แก่ Tim Robbins
ที่สร้างชื่อให้กับเขา
แม้ว่าหลังจากนั้นผลงานของเขาอาจจะไม่ได้โดดเด่นเท่ากับนักแสดงใน
รุ่นๆเดียวกับอย่าง ทอม แฮงค์ จากเรื่อง Forrest Gump ก็ตาม
แต่เอกลักษณ์ของเขาคือความสูง นอกจากนี้ยังมี Morgan Freeman
นักแสดงจอมเก๋ามากบทบาทก็ร่วมแสดงด้วยเช่นกัน
ซึ่งวันนี้เรามีเกร็ดที่น่าสนใจจากภาพยนตร์ The Shawshank
Redemption มาฝากกัน
1.ไร้รางวัลออสการ์
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ทุกคนที่ดูจะบอกว่าดีมากๆ ถึงกับหลายๆ
คนยกให้เป็นหนังในยอดดวงใจตลอดกาลเลยก็ว่าได้แต่เชื่อหรือหนังเรื่
องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 7 สาขา
ไม่ว่าจะเป็นสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ,นักแสดงชายยอดเยี่ยม
(มอร์แกน ฟรีแมน) ,บทดัดแปลงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
,ถ่ายภาพยอดเยี่ยม ,ตัดต่อยอดเยี่ยม ,เพลงสกอร์ยอดเยี่ยม
และเสียงยอดเยี่ยม แต่ไม่ได้รับรางวัลใดๆ ถือว่าโชคร้ายสุดๆในปีนั้น
2.เป็นหนังที่ไม่มีใครสนใจในช่วงเวลานั้น
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมากๆ
ทุกคนยอมรับแต่เชื่อหรือไม่หนังดีขนาดนี้กับไม่ค่อยเป็นที่สนใจในตลา
ดนักเพราะตอนนั้นดันมีเรื่อง Forrest Gump หนังดีอีกเรื่องที่
แทบจะเบียด ชอว์แชงค์ ให้ขาดทุนเลยทีเดียด้วยการที่ ชอว์แชงค์

สร้างโดยใช้ทุนไปทั้งหมด $25 ล้านเหรียญ รายได้ $28,341,469
เหรียญ ซึ่งถือว่าค่อนข้างน่าแปลกใจมาก
3.เหลือเชื่อเมื่อผลิตแผ่นการตอบรับกลับดี
แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าชิงหลายรางวัลแต่ก็พลาดหมด
ซึ่งเป็นที่ ถกเถียงกันอย่างมากมาย
บางคนถึงกับเสียใจที่ไม่ได้ไปดูในโรงภาพยนต์เพราะว่าเป็นหนังดี ที่
ดังไม่สุดเป็นหนังที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ดูแต่พอออกมาเป็นแผ่นหรือ
ออกจากโรงแล้วหนังเรื่องนี้ก็ได้รับการตอบรับดีมากๆ
4.อย่าสิ้นหวังอย่ายอมแพ้

หนังเรื่องนี้จะแสดงให้ทุกคนเชื่อมั่นในความหวังในแสงสุดท้ายถึงแม้ว่า
มันจะริบหรี่ก็ตายบางคนอาจจะรอแค่เวลาตายแต่เขาก็ไม่อาจที่จะเลิกห
วังว่าจะอยู่รอดหรือไม่ แม้ว่าในคุกจะเต็มไปด้วยด้านมืดก็ตาม
นอกจากนี้หนังเรื่องนี้จะแสดงให้เห็นความรัก
มิตรภาพระหว่างเพื่อนความหวังอันแสนไกลและความหดหู่ของตาเฒ่าที่
ชีวิตนี้ คุกเหมือนบ้านของเขา
เรื่องทั้งหมดจะรอให้คุณได้รับชมและซึ้งปราบปลื้มตามๆกัน
5.คะแนนเยอะสุดๆ
แม้ว่าจะไม่ได้การันตีด้วยรางวัลจากสาขาใหญ่ๆ แต่ The
Shawshank Redemption
เป็นหนังที่ได้รับคะแนนมากที่สุดตลอดกาลของ imdb
เว็ปไซต์หนังชื่อดังระดับโลก
ทำให้ไม่แปลกใจที่หลายคนต่างย้อนกลับไปชมอีกครั้ง…

จัดอันดับ 9 อนิเมะยอดนิยมที่ครองใจคอการ์ตูนมาแล้วทั่วโลก 1

อนิเมะ

จัดอันดับ 9 อนิเมะยอดนิยมที่ครองใจคอการ์ตูนมาแล้วทั่วโลก 1
วงการอนิเมะถือได้ว่าเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
โดยเฉพาะยุคนี้ที่สื่อแบบสิ่งพิมพ์หรือวงการการ์ตูนเรียกว่ามังงะกำลังถูกลดบทบาทออกไปอันมาจากผลก
ระทบที่มิจฉาชีพบางกลุ่มสแกนการ์นตูนให้คนอ่านฟรีในเพจ
แต่กับวงการอนิเมะถือได้ว่าต่อต้านกระแสนี้ได้แบบถล่มทลายเลยทีเดียว
เราจึงขอหยิบอนิเมะที่น่าชมมาให้ได้ดูกันว่าจะมีเรื่องใดบ้าง
เคเมโนะ เฟรน
เริ่มกันที่เรื่องแรกกับอนิเมะแนวหวานแหววชื่อว่า เคเมโนะ เฟรน
ว่าด้วยเรื่องราวของเหล่าบรรดาสัตว์สุดแสนน่ารักน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์จาปารี
ซึ่งเป็นสวนสัตว์ที่มีปริศนาอันดำมืดซ่อนอยู่ โดยถึงแม้จะเป็นอนิเมะที่ไม่ได้มาความดาร์กมากนัก
แต่ก็จัดเป็นอนิเมะที่มีคุณภาพอย่างมากเพราะได้รับรางวัลอนิเมะแห่งปีที่ดีที่สุด 2017 มาแล้วเลยทีเดียว
ที่สำคัญจากความนิยมในญี่ปุ่นทำให้มันถูกนำมาแปลเป็นพากษ์ภาษาอื่นๆอีกถึง 10
ประเทศรวมไปถึงไทยด้วยเช่นเดียวกันขณะที่ยอดผู้ชมออนไลน์ก้ช็สามารถทำยอดคนเข้าชมถล่มทลายไ
ปถึงหลักสองแสนกว่าคนเลยทีเดียว ซึ่งต้องบอกว่าหาได้ยากที่จะมีอนิเมะเรื่องไหนทำให้ได้แบบนี้
ส่วนยอดวิวรวมถึงตอนของอนิเมะเรื่องนี้นั้นอยู่ที่สองล้านวิวเรียกว่าเป็นตัวเลขที่มหาศาลมากๆสำหรับอนิเ
มะเรื่องหนึ่ง
ไซเน ฮิโรเนะ
ถัดมาในอันดับสองได้แก่ ไซเน ฮิโรเนะ จัดเป็นอนิเมะอีกเรื่องที่ได้รับความนิยมแบบถล่มทลายในญี่ปุ่น
และถูกนำมาฉายในประเทศไทยเช่นเดียวกัน
สำหรับอนิเมะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกฉายผ่านทางทีวีซีรีส์ที่ญี่ปุ่นมาแล้ว
และทำให้เวลานั้นคนติดกันเป็นจำนวนมาก
เพราะเนื้อเรื่องมีความสนุกผสมผสานกับการเล่าเรื่องที่น่าติดตามโดยว่าด้วยความฝันของเด็กหนุ่มม.ปลา
ยนามว่า โทยามา อากิ ที่มีความต้องการอยากจะสร้างเกมคอมพิวเตอร์ของตัวเองขึ้นมาจึงได้ติดต่อกับ
เมงุมิ คาโต้ เพื่อที่จะให้มาเป็นต้นแบบของการสร้างนางเอกของเกมที่ตัวเองกำลังสร้าง
โดยเนื้องเรื่องจะมีทั้งเรื่องราวความรักปนความเศร้า
และความฝันที่ต้องการคว้าเอาไว้ให้ได้เข้าถึงอารมณ์กัน
มาย ฮีโร่ อคาเดมี่
ต่อกันที่เรื่องสุดท้ายกับ มาย ฮีโร่ อคาเดมี่ เป็นผู้วาดคนเดียวกับเรื่องโมากะโดกิ
สวนสัตว์สุดมหัศจรรย์ที่เคยตีพิมพ์ในโชเน็นจั๊มป์มาแล้ว ซึ่งเอ่ยถึงเรื่องนี้ก็น่าเสียดายเหมือนกัน
เพราะดำเนินเรื่องได้น่าสนุก และน่าติดตาม
ทว่าสุดท้ายไปไม่สุดกลับโดนตัดจบซะก่อนอย่างไรก็ตามการกลับมาสร้างผลงานในเรื่อง มาย ฮีโร่
อคาเดมี่ ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง และทำให้ได้ถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะจนโด่
ดังทั่วบ้านทั่วเมืองกันเลยทีเดียว…

5 ภาพยนตร์เกี่ยวชีวิตมนุษย์เงินเดือน

ภาพยนต์

อย่างที่ทราบกันว่าภาพยนตร์นั้นมีหลากหลายแนว
แต่ภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเค้าเรื่องที่มีมาจากเรื่องจริง
นั้นเป็นอะไรที่หลายคนต่างให้ความสนใจ
เพราะนอกจากให้ความบันเทิงแล้ว คุณจะรับรู้ถึงอารมณ์ของตัวละคร
ราวกับว่าเราตัวเองสมมุติว่าเป็นพระเอกยังไงยังงั้น
ซึ่งวันนี้เรามี 5
ภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวิตการทำงานหรือมนุษย์เงินเดือนมาฝากกัน
ซึ่งบางเรื่องนั้นได้รับความชมอย่างมาก
ในแง่ของการสร้างแรงบันดาลใจไม่ยอมแท้หรือย่อท้อต่ออุปสรรค
1.Office Space
ภาพยนตร์เรื่องนี้ย้อนกลับไปเก่าสักนิดในปี 1999
โดยเป็นเรื่องราวของพนักงานออฟฟิศนั้นคงตรงกับชีวิตปัจจุบันของพว
กเราหลายคนอยู่ดี
เรื่องราวจะเกี่ยวข้องกับพนักงานออฟฟิศคนหนึ่งที่เกลียดงานที่ตัวเองทำ
แบบชนิดที่ว่าเข้ากระดูกดำ แต่เขาก็ยังทนทำงานอยู่อย่างนั้น
เขาจึงได้ถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตอย่างสุดขั้ว
แม้ว่าเนื้อเรื่องอาจจะดูส่อไปในทางเก็บกด
แต่ตัวหนังนั้นทำออกมาได้ดีมีมุขตลกเรียกเสียงฮาอยู่บ้าง
2. The Intern
เป็นเรื่องราวของคุณปู่
ที่เข้ามาเป็นพนักงานฝึกหัดในบริษัทซื้อขายเสื้อผ้าออนไลน์ของเจ้านาย
คนสวย
ตัวหนังก็ผสานความแตกต่างของพนักงานออฟฟิศยุคเก่าและยุคใหม่เอ
าไว้อย่างลงตัว
มันทำให้เห็นชัดเลยว่าต่อให้เราจะเก่งแค่ไหนสุดท้ายแล้วเราก็ต้องการใ
ครสักคนที่พึ่งได้จริงๆ อยู่ดี
เหมือนที่เจ้านายสาวสุดมั่นคนนี้ก็ยังต้องขอคำปรึกษาจากคุณปู่เก๋าประส
บการณ์

3.Spotlight
เรื่องราวนั้นอาจจะดูเครียดเพราะเป็นหนังแนวสอบสวน
เป็นเรื่องราวของนักหนังสือพิมพ์
ที่เข้าไปเปิดโปงเรื่องราวที่เป็นความลับด้านมืด
เนื้อหาอาจจะค่อนข้างเครียดอยู่บ้างแต่ว่าแฝงความสนุกในแง่ของการแ
ก้ปมต่างๆ ได้อย่างสวยงาม
การจัดการกับประเด็นร้อนฉ่าที่อ้างอิงมาจากเรื่องจริงในปี 2001
เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศและการข่มขู่เด็กผู้ชายกว่า 80
รายในศาสนจักรคาธอลิค
4.Million Dollar Baby
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ประสบความสำเร็จคว้าไป 4
รางวัลจากเวทีออสการ์
นับว่าเป็นอีกหนึ่งหนังที่ขยี้ใจคนดูได้ตั้งแต่วินาทีแรกยันฉากสุดท้าย
เรื่องราวเกี่ยวกับเส้นทางความฝันของนักชกหญิงและครูมวยรุ่นเก๋าผู้แก่
ประสบการณ์
ที่มิตรภาพของทั้งสองกลับกลายมาเป็นปมในภายหลังจนได้
แน่นอนว่าเส้นทางความฝันมันไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ
ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำให้กลับมาคิดเรื่องสิ่งที่สำคัญที่สุดของการดำเนินชี
วิตเป็นมนุษย์คนหนึ่ง
5. 5.The Pursuit of Happyness

สุดยอดภาพยนตร์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลให้กับมนุษย์เงินเดือนหรือาชีพ
อื่นๆก็ตาม ให้ลูกขึ้นสู้ต่อไป
โดยเป็นเรื่องราวของพ่อลูกที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชี
วิต ไม่ว่าจะเป็นโดนไล่ออกจากที่พัก, ตกงาน
และไม่มีแม้แต่เงินจะประทังชีวิต
แต่สุดท้ายแล้วเรื่องราวความยากลำบากก็ค่อยๆ
ผ่านพ้นไปเพราะพวกเขาต่างไม่ท้อและสู้กับปัญหา…

จัดอันดับ 3 หนังสยองขวัญตลอดกาล Part 2

ภาพยนตร์

ก่อนหน้านี้เราได้เสนอการจัดอันดับหนังสยองขวัญในตอนแรกไปแล้วคราวนี้เรามาดู 3
หนังสยองขวัญตลอดกาลตอนท้ายกันบ้างว่าจะมีเรื่องอะไร และน่าดูขนาดไหน
พาราโนมอล แอคทิวิตี้
ย้อนกลับไปในช่วงที่หนังเรื่องนี้ถูกผลิตออกมาเป็นครั้งแรกเรียกได้ว่ามีความสมจริงสุดๆ
เพราะการถ่ายทอดหนังเรื่องนี้ถูกใช้แบบบุคคลที่สาม
และสลับกับการใช้มุมภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้าน
ซึ่งในเวลานั้นยังไม่มีหนังผีเรื่องไหนใช้เทคนิคนี้มาก่อนทำให้มันได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างมากในภาคแ
รก โดยหนังว่าด้วยสองสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เพิ่งแต่งงานกัน และมาอาศัยอยู่ในบ้านสวยงาม
แต่หารู้ไหมว่ามีความสยองรอคอยอยู่
ซึ่งระหว่างที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตกันตามปกติพวกเขาต้องเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอยู่ตลอดเวลาอีกทั้งลูกเล่
นที่หนังใส่อารมณ์
และดึงจังหวะในแต่ละช่วงทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนเผลอคิดว่านี่คือเรื่องจริงกันเลยทีเดียว
ขณะเดียวกันหลังภาคแรกประสบความสำเร็จก็ยังถูกนำไปทำภาคต่ออีกสามภาคออกมาให้ได้ชมกัน
แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเหมือนอย่างในภาคแรก
1408
ใครชื่นชอบหนังสยองขวัญที่ตัวละครต้องต่อสู้ในสถานที่เดียวก็ต้องไม่พลาดเรื่องนี้กับ 1408
โดยเรื่องนี้ถูกนำออกมาฉายในปี 2007 ซึ่งถือได้ว่ามันได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม
หนังว่าด้วยชายคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นหนังเขียนวรรณกรรมสยองขวัญชื่อหนัง
และการที่งานเขียนของเขาถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีนั่นเพราะเขามักพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่เคยเกิดเห
ตุสยองจริงๆเสมอ ทว่าการมาที่ห้อง 1408
จากเดิมที่หวังได้พล็อตเรื่องไปผลิตนิยายสยองขวัญเขากลับต้องพบเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติจนเกือ
บเอาชีวิตไม่รอด ซึ่งตลอดทั้งเรื่องดำเนินไปอย่างราบรื่น
และมีให้ลุ้นกันตลอดเวลาว่าพระเอกจะสามารถเอาชีวิตรอดจากห้องสุดสยองนี้ได้หรือไม่
ดิ เอ็กซ์ซอซิส
มาถึงอันดับสุดท้ายกับสุดยอดหนังสยองขวัญตลอดกาลอย่าง ดิ เอ็กซ์ซอซิส
ที่นับตั้งแต่ถูกนำออกฉายเป็นครั้งแรกในปี 1973
ก็ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันเมื่อมีการรีเมคกลับมาทำใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ที่ได้รับเสียงตอบรับดีที่สุดก็หนีไม่พ้นภาคแรกนั่นเพราะสร้างอิงมาจากเรื่องจริงของหญิงสาวที่เคยถูก
ผีเข้าจนร่างกายค่อยๆเปลี่ยนไป และเป็นข่าวดังมากๆในอดีต
ด้วยเหตุนี้มันจึงได้รับกระความนิยมอย่างมากในเวลานั้น
และกลายเป็นหนังสยองขวัญระดับตำนานจนถึงทุกวันนี้…