เว็บอนิเมะเถื่อนมะเร็งร้ายของวงการการ์ตูน

ภาพยนตร์

วงการอนิเมะถือเป็นตลาดที่เติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ถูกนำเข้ามาฉายกันอย่างแพร่หลาย
รวมถึงบางเรื่องที่เป็นการ์ตูนยอดฮิตทำให้ถูกสร้างเป็นเวอร์ชั่นเดอะ มูฟวี่ให้แฟนๆได้ติดตามกัน
ซึ่งสามเรื่องที่มักถูกนำมาสร้างเป็นเดอะ มูฟวี่บ่อยๆก็ได้แก่ วันพีซ โดราเอมอน และโคนัน
ซึ่งรายหลังล่าสุดก็เพิ่งออกเวอร์ชั่นเดอะมูฟวี่มาให้แฟนๆได้สนุกกันแบบสดๆร้อนๆเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง
แน่นอนว่ากระแสตอบรับยังคงล้นหลามเช่นเคยจริงๆกระแสอนิเมะในเวลานี้ต้องบอกว่าแม้จะยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง
แต่ก็สุ่มเสี่ยงไม่น้อยต่อการผลิตในแต่ละครั้งเพราะฐานการผลิตนั้นต้องใช้ต้นทุนเป็นจำนวนมากทำให้เสี่ยงทีเดียวหากเมื่อหนังออกมาแล้วกลับไม่คุ้มค่าเงินที่ลงทุนไป
แต่ในเวลานี้มีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การลงทุมทำอนิเมะของบริษัทต่างๆสุ่มเสี่ยงมากขึ้นนั่นคือมีเว็บไซต์หลาย
เว็บแอบดูไฟล์อนิเมะหลายเรื่อง และนำมาปล่อยลงเว็บไซต์ของตัวเอง
ซึ่งมันส่งผลเสียอย่างมากกับวงการอนิเมะในปัจจุบันต้องยอมรับว่าในทุกวันนี้สื่อโซเชียลนั้นเข้าถึงทุกคน
และทุกเพศทุกวัยทำให้เหล่าเว็บการ์ตูนเถื่อนที่ผิดกฏหมายก็เข้าถึงคนดูได้ง่ายเช่นเดียวกันหย้อนกลับไป
ในยุคก่อนการจะดูอนิเมะนั้นไม่ง่ายเหมือนย่างทุกวันนี้ แต่มันก็เต็มไปด้วยมนสเน่ห์ และถูกกฏหมาย
โดยหากต้องการดูแบบไม่เสียเงินก็จะมีอนิเมะให้ชมกันทุกเช้าวันเสาร์อาทิตย์ทางช่อง 9
ที่มักหยิบการ์ตูนดังมาให้ดูเสมอรวมไปถึงช่องเจ็ด และสามเช่นเดียวกัน
ซึ่งเรื่องที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในเวลานั้นคือดราก้อนบอลที่ครองใจแฟนการ์ตูนได้อยู่หมัด
และหากอยากดูแบบเสียเงินก็จะต้องซื้อแผ่นมาดูไม่ได้มีเว็บออนไลน์ให้ดูกันฟรีๆเหมือนในทุกวันนี้
สิ่งที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคนที่ทำเว็บไซน์อนิเมะเถื่อนขึ้นมานั้นเป็นคนรักการ์ตูนเหมือนคนทั่วไปแต่แทนที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง
และสนับสนุนให้วงการอนิเมะเจริญเติบโตกลับเลือกที่จะทำในสิ่งที่ไม่ควรเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวซะอย่า
งนั้น ซึ่งเมื่อมีให้ดูฟรีคนก็จะไม่เสียเงินดูแบบถูกกฏหมาย
และปัญหาจะกลายเป็นลูกโซ่ไปจนกระทบต่อผู้ผลิต เพราะกว่าจะได้อนิเมะสักเรื่องไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
โดยผู้เขียนนั้นจะต้องสร้างงามจนเป็นที่ยอมรับจากคนอ่าน
ก่อนที่หลังจากนั้นทางบริษัทจะผลิตพิจารณาว่าเหมาะสมทำเป็นอนิเมะหรือไม่เมื่อถูกผลิตเป็นอนิเมะค่าใช้ง่ายก็จะสูงตามไปด้วย
ส่วนการนำเข้ามาจำหน่ายยังประเทศอื่นทางบริษัทนำเข้าก็ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์จำนวนมหาศาลในการนำเข้ามาให้คนไทยได้ดู เดิมทีมีผู้คนนิยมซื้อเยอะ
แต่ในปัจจุบันกลุ่มคนที่ซื้อเป็นเพียงกลุ่มที่อยากจะสะสมเท่านั้นผิดกับคนอีกกลุ่มที่ชื่นชอบการ์ตูน แต่ชอบของฟรีมากกว่าจนหันไปเสพออนไลน์
ซึ่งแน่นอนว่าผลกระทบจะเป็นลูกโซ่และสุดท้ายหากเป็นแบบนี้ต่อไปไม่แน่ว่าในอนาคตวงการอนิเมะอาจถึงคราวต้องปิดตัวลงก็เป็นได้…

นิโคลัส เคจ ผลงานที่น่าจดจำก่อนล้มละลาย

ภาพยนตร์

หนังแอ็คชั่นควบคู่กับการผจญภัย
การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของผู้อํานวยการสร้าง เจอร์รี่ บรัคไฮเมอร์
กับดารานําชาย นิโคลัส เคจ ซึ่ง เคยสร้างความทรงจําดีๆ ให้แฟนหนังจากผล
งานสุดมัน Con Air และ The Rock ใน National Treasure ภาค 1 ซึ่งถูกมองว่าเป็น
ส่วนผสมของ Indiana Jones, Tomb Raider และ The Mummy

นิโคลัส เคจ มารับบทเบนจามิน แฟรงคลิน เกตส์ นักโบราณคดีนัก ผจญภัย
(คาแรกเตอร์เดียวกับตัวละครเอกใน หนัง 3
เรื่องที่เอ่ยชื่อมา)ตลอดชีวิตเบนจามินติดตามค้นหา
ขุมทรัพย์ที่ไม่มีใครเชื่อว่ามีอยู่จริง นั่นคือ ขุมสมบัติล้ําค่าของกลุ่มอัศวินผู้ทําหน้าที่
คุ้มครองชาวคริสต์เดินทางไปกรุงเยรูซาเลม

เขาเชื่อว่าลายแทงขุมทรัพย์ต้องอยู่ที่ไหนสัก
แห่งในอเมริกาเขาสืบจนพบว่าลายแทงสมบัติซ่อนอยู่
ด้านหลังแผ่นคําประกาศอิสรภาพของอเมริกาซึ่งอยู่ในความดูแลของ อบิเกล เชส
(ไดแอนครเกอร์) หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
เขาต้องไปขอความ ช่วยเหลือจากเธอ
และใช้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ระดับอัจฉริยะของเพื่อนคู่หู (จัสติน บาร์ธา)
ในการถอดรหัสลับ

เมื่อมีฝ่ายพระเอกก็ต้องมีฝ่ายผู้ร้าย..กลุ่ม ผู้ร้ายในหนังเรื่องนี้นําโดย เอียน ฮาว
(ฌอน ปืน) มหาเศรษฐีนักล่าสมบัติชาวอังกฤษ
ซึ่งทําทุกวิถีทางเพื่อเป็นเจ้าของขุมทรัพย์อันล้ําค่าการล่าสมบัติและไล่ล่านักล่าสม
บัติเกิด ขึ้นในหลายโลเคชั่น ไล่เรียงตั้งแต่ซากเรือ โบราณใต้อาร์กติก
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ สหรัฐฯ ห้องสมุดรัฐสภาสหรัฐฯ อนุสาวรีย์ สําคัญๆ
ในวอชิงตัน ระฆังประกาศ อิสรภาพในฟิลาเดลเฟีย โบสถ์ทรินิตี้ใน วอลล์สตรีท
และสุสานใต้ดินในแมนฮัตตัน

จากโลเคชันและเรื่องราวดังกล่าว ทําให้ นักวิจารณ์บางคนมองว่า National Treasun
เป็นหนังผจญภัยที่จะทําให้ผู้ชมได้รับรู้เกรี ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

โดยเฉพาะการปฏิวัติ ในอเมริกา
และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านั้น

กว่าจะออกมาเป็น National Treasure หนังเรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อ 6 ปีก่อน ตอนที่ โอเรน
เอวีฟ คิดพล็อตหลักขึ้นมาได้ จากพล็อตหลัง ของเขา
หนังเรื่องนี้ต้องใช้คนเขียนบทถึง 9 คน จนกระทั่งได้บทสุดท้ายที่ใช้ในการถ่ายทํา
ซึ่ง เป็นเครดิตของ เท็ด เอลเลียต กับ เทอร์รี รอสซิโอ เจ้าของบทภาพยนตร์ Pirates
Of The Caribbean ทั้งภาค 1 ที่ออกฉายไปแล้ว และ ภาค 2 ที่กําลังลงมือสร้าง

ใครที่เคยชอบ Con Air, The Rock, Indiana Jones, Tomb Raider, The Mummy
ซึ่งมีบางแง่มุมเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กับ หนังเรื่องนี้ มีสิทธิ์ที่จะชอบ National Treasure
ไม่ต่างจากหนังทั้งหลายที่เอ่ยชื่อมาและยังสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ของอเมริกั
นไปในตัวอีกด้วย…

The shape of water หนังดีการันตีออสการ์ 2018

ภาพยนตร์

ในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 90 ประจำปี 2018
เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา The shape of water
นั้นสามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปถึง 4 รางวัลใหญ่ ได้แก่
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม
และรางวัลสาขาออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม
โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ กิลแลร์โม เดล โทโร
เป็นแนวแฟนตาซี-โรแมนติค ที่ได้เล่าถึงเนื้อหาของอิไลซ่า
สาวใบ้ที่ทำงานอยู่ในศูนย์วิจัยแห่งหนึ่งทำให้เธอได้เจอกับสัตว์ประหลา
ดที่อยู่ในน้ำ จนเกิดมีความพูกผันกัน และกลายเป็นความรัก
แม้ว่าในแง่ของชีวิตนั้นจะต่างกันสุดขั่ว
เธอสามารถสื่อสารกับสัตว์ประหลาดได้ และรับรู้ถึงจิตใจ
เมื่อได้ทราบข่าวว่าจะการจับสัตว์ประหลาดไปทำลาย
เธอจนต้องหาทางช่วยออกมาให้ได้ทันก่อนเวลา
นอกจากนี้ยังตกตกเป็นเป้าของสายลับสหภาพโซเวียต
ที่แทรกซึมเข้ามาเป็นนักวิทยาศาสตร์ในโครงการด้วยเช่นกัน
ทำให้หนังมีพล็อตหลักๆ
ที่ซ้อนทับกันอยู่ถึงสองเรื่องราวหนึ่งคือเรื่องราวโรแมนซ์
หนึ่งคือเรื่องของการแหกที่คุมขัง การหลบหนี
ที่ทอประเด็นของคนนอกหรือลำดับชั้นของความเป็นคนใส่เข้ามาได้อย่า
งกลมกลืน เนียนสนิท ไม่มีแง่มุมไหนที่หลุด หรือโดดออกไปจากเรื่อง
ในแบบงานขายความบันเทิงที่ดูให้สนุกก็สนุก ดูให้ซาบซึ้งก็ซาบซึ้ง
ให้ประทับใจก็ประทับใจ ต่อให้สามารถคาดเดาอะไรหลายๆ

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงเรื่องราวของความรักอันงด
งาม แม้ว่าไม่ใช่มนุษย์กับมนุษย์ก็ตาม
ซึ่งทั้งสองต่างเติมเต็มความอบอุ่นให้กันและกัน
แต่ทว่าก็แฝงไปด้วยความตื่นเต้น ของการหลบหนี การตามล่า
เรียกได้กว่าเป็นภาพยนตร์ที่ผสมผสานหลากหลายสไตล์ไม่ว่าเป็น

ไซไฟ โรแมนติก อิโรติก ผจญภัย ทริลเลอร์ สงคราม และ
มิวสิคเคิ่ลอีกด้วย

ส่วนสิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมของออสการ์
นั้นก็มองได้หลากหลายแบบทั้งในเรื่องของตัวนักแสดงฉากต่างๆ
รายละเอียดที่ทำออกมาได้อย่างสุดยอด
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจกันคงจะหนีไม่พ้น
ความสัมพันธ์ของอิไลซ่าและเจ้าสัตว์ประหลาดน้ำ เป็นสิ่งที่งดงาม
แม้ว่าอิไลซ่าจะเป็นใบ้
มีเพื่อนข้างบ้านและเพื่อนแม่บ้านที่ทำให้เธอไม่โดดเดี่ยว แต่ลึกๆ
เธอก็หัวใจและต้องการใครซักคนที่ได้ยินเสียงข้างในของเธอจริงๆ
ซึ่งสัตว์ประหลาดน้ำนั้นคือสิ่งที่เธอตามหา มันพูดไม่ได้
มันใช้ภาษามือแบบที่เธอใช้
เหมือนกับเราเข้าใจว่าสองสิ่งมีชีวิตนี้พูดคุยกันได้อย่างไร
ทำให้เรารู้สึกอยากจะเอาใจช่วยให้ทั้งคู่ผ่านพ้น
และยังทำให้เราสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของทั้งคู่แม้จะไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด
ๆออกมาซักคำ
นับว่าเป็นอีกหนึ่งาภาพยนตร์ที่น่าสนใจและควรหามาชมสักครั้ง…

ภาพยนต์_ ฉันจะเสียคุณไปจริงๆ หรือ เพื่อนรัก? ภาพยนต์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ดีที่สุดตลอดกาล

ภาพยนตร์

ภาพยนต์นั้นมีหลายประเภท แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นแนว โรแมนติกคอมเมดี้ ที่ทั้งรักทั้งตลก
เป็นการขายให้กลุ่มเป้าหมายที่กว้าง ดูได้ทุกเพศทุกวัย ดูแล้วอารมณ์ดี
กุ๊กกิ๊กตามสไตลส์ของหนังทำให้เราได้เห็นภาพยนต์แนวนี้ออกมาสู่ตลาด และหาชมได้เสมอๆ
เพราะว่าไม่ใช่หนังที่จะต้องไปสร้างด้วยต้นทุนที่แพงมหาศาล เพราะฉะนั้นแล้ว เราเลยมีหนังแนวนี้เสพกันเยอะ
แต่หนังแนวนี้ที่ถูกยกย่องกว่าดีที่สุดตลอดกาลเห็นจะต้องยกให้เรื่อง ฉันจะเสียคุณไปจริงๆ หรือ เพื่อนรัก?
ว่าด้วยเรื่องของการรักเพื่อนสนิท ผ่านเรื่องราวของจูเลี่ยน ที่แสดงโดย จูเลีย โรเบิร์ท นักเขียนวิจารณ์อาหารสาวสวย
กับไมเคิล ที่แสดงโดย เดอร์มอท มัลโรนี่ นักข่าวกีฬาผู้เป็นอดีตคนรักและกลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเธอ
ทั้งสองเคยพูดกันว่าหากอายุครบ 28 ปีแล้วต่างคนยังโสดทั้งสองจะแต่งงานกัน แต่เมื่อจูเลี่ยนกำลังจะอายุครบ 28 จริงๆ
ไมเคิลกลับบอกข่าวเธอว่าเขากำลังจะแต่งงานกับ คิมมี่ ที่แสดงโดย คาเมรอน ดิแอซ
และต้องการให้จูเลี่ยนเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ แผนการทวงคืนผู้ชายที่รักจึงเริ่มต้นขึ้นหนังออกฉายครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน
1997 ถือเป็นหนังรอม-คอมไอคอนิกของจูเลีย โรเบิร์ท อีกเรื่องหนึ่ง
“If you love someone, you say it, you say it right then, out loud. Otherwise, the moment…
passes you by.” ประโยคเด็ดที่ทำให้เด็กในวัยเลขหนึ่งนำหน้ากล้าบอกรัก กล้าแสดงออกความรู้สึก
ต่อให้สุดท้ายจะอกหักกลับมานอนร้องไห้ฟูมฟายนัดต่อนัดก็ตาม แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาเพราะฉากสุดท้ายที่จูเลี่ยนเต้นรำ
ก็ได้ให้กำลังใจเด็กหนุ่มสาวเหล่านั้นว่าพวกเธอยังมีเพื่อนคอยซับน้ำตาเสมอ
จนทำให้ไม่ว่าครั้งไหนที่ทั้งตัวเองหรือเพื่อนสนิทตกอยู่ในสภานการณ์แอบรักเพื่อนสนิทก็มักจะมีคนหยิบเอาเรื่องที่ไม่สมหวังข
องจูเลี่ยนและไมเคิลมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจทุกครั้ง
สิ่ภาพยนต์เรื่อง ฉันจะเสียคุณไปจริงๆ หรือ เพื่อนรัก? พยายามที่จะบอกคือ
ชีวิตของเรามันจะมีคนคนนึงที่เกิดมาเพื่อให้เรารักเฉยๆ คนที่อยู่ในความคิดของเราเสมอ
เขาเป็นคนที่เราครอบครองไม่ได้และความจริงข้อนั้นจะทำให้เราเป็นบ้าจนยอมทำสิ่งที่เสียหน้า เสียฟอร์ม
ทำอะไรที่คนอื่นไม่มีทางได้เห็นจนกระทั่งการกระทำและความไม่พอใจในสมการจะทำให้เราค่อยๆ
ยอมรับความจริงและก้าวออกมายินดีกับความสุขของเขาแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะคนอื่นก็ตาม
เพราะตอนนี้ความสุขของเขากับมิตรภาพระหว่างคุณมันกลายเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการได้ครอบครองเขาไปแล้ว…

ภายยนต์ในความห่วยยังมีความดีบทเรียนจาก The Disaster Artist

ภาพยนตร์

ภาพยนต์ที่ห่วยแตกที่สุดที่คุณเคยดูคือเรื่องอะไร ? อะไรนะ ทุกเรื่องที่พจน์ อานนท์กำกับเหรอ ?
ลืมมันไปได้เลยจนกว่าที่คุณจะได้ชมผลงานสุดอินดี้เรื่อง The room อะไรนะ ไม่เคยได้ยินเลยเหรอ ? ก็คงไม่แปลกหรอก
แต่จะบอกเลยนี่คือหนังห่วยที่ดีที่สุดตลอดกาลเท่าที่มีการสร้างออกมาเลยนะ
อะไรคือสิ่งที่ทำให้ภาพยนต์สุดห่วยกลายเป็นหนังที่ครองใจแฟนๆภาพยนต์ตลอดกาลไปได้ จน ดาราดังอย่าง เจมส์ ฟรังโก้
ถึงกับต้องหยิบเอาเบื้องหลังการสร้างหนังสุดห่วยนี้มาทำเป็นหนังที่ชื่อว่า The Disaster Artist หรือในชื่อไทย’หนังสุดกากศิลปินสุดเพี้ยน’
เท้าความไปก่อน ภาพยนต์เรื่องนี้ถูกสร้างโดย Tommy Wiseau ชายเพี้ยนปริศนาที่ทุกอย่างของเขาเต็มไปด้วยคำถามเขาเอาเงินจากไหนมาสร้างหนัง
และอะไรดลใจให้เขาสร้างหนังเรื่องนี้ด้วยการบรรจงยัดทุกอย่างที่แสนห่วยลงไปจนกลายเป็นหนังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดตลอดกาล
พราะความห่วยจนขำนี่เองที่ทำให้ The Room กลายเป็นที่รักของแฟนๆ หนังคัลต์แบบที่พวกเขาลงทุนแต่งตัวเป็นตัวละคร
(โดยเฉพาะจอห์นนี่ ที่ไม่ได้มีอะไรต่างจากทอมมี่) ไปดูหนังในโรง
พกช้อนพลาสติกไปเขวี้ยงจอในฉากที่เห็นกรอบรูปใส่รูปช้อน ส่งเสียงหัวเราะ ท่องบท
และเฮลั่นจนคนที่ไปดูหนังในโรงครั้งแรกอาจดูไม่รู้เรื่อง เพราะเสียงคนดูดังกลบเสียงในจอไปหมดแล้ว
เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่คุณจะไม่ได้ดูจากเรื่องอื่นๆในโรงภาพยนต์แบบนี้แน่
อันที่จริงหนังเรื่องนี้ จะไม่ดังเป็นพลุแตกแบบนี้หากว่า เกร็ก
ที่ร่วมแสดงมีคนแห่กันมาถามเขาว่าทำไมเขาถึงยอมเล่นหนังห่วยๆ เรื่องนี้ เขาจึงเขียนหนังสือ The Disaster Artist
ขึ้นมาเพื่อเล่าทั้งความเป็นมาของหนัง การตัดสินใจเล่นของตัวเอง
ไปจนถึงบรรยากาศตอนถ่ายทำซึ่งบ้าคลั่งกว่าตัวหนังเองเสียอีก เพราะ The Disaster Artist นี้เองที่ทำให้ James
Franco ติดอกติดใจเรื่องราวของทอมมี่และเกร็กทั้งที่ไม่เคยดู The Room มาก่อนด้วยซ้ำ และเพียงได้ดู TheRoom ที่โรงหนังในแวนคูเวอร์เพียงครั้งเดียว เขาก็ติดใจจนคิดจะทำหนังเรื่อง The Disaster Artist
เพื่อเล่าเรื่องราวของผู้กำกับสุดเพี้ยนและทริบิวต์ให้ The Room ที่กลายเป็นตำนานหนังคัลต์ไปพร้อมๆ กัน เรื่องนี้เจมส์
ฟรังโก้ ได้น้องชายอย่าง เดฟ ฟรังโก้ มาร่วมแสดงเรียกเสียงฮาด้วย น่าเสียดายที่เรื่องนี้ไม่เข้าฉายในบ้านเรา
แต่แฟนๆยังสามารถดูออนไลน์ และซื้อแผ่นบลูเรย์ มาดูได้…

ติดเกาะก็ไม่กลัว : 3 ภาพยนตร์สอนเอาชีวิตรอดเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ภาพยนต์

โลกในปัจจุบันเกิดภัยพิบัติขึ้นมากมายทำให้ต้องสูญเสียชีวิตรวมไปถึงถิ่นที่อยู่อาศัยหรือเกิดจากเหตุการ
ณ์ที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงอย่างเช่นหลงป่าหรือการติดเกาะ
ซึ่งหนังแนวนี้นอกจากจะมีเรื่องราวน่าวนใจ
และให้ได้ลุ้นกันตลอดเวลายังเป็นประโยชน์สำหรับการนำไปใช้ในชีวิตจริงอีกด้วย
เพราะมันสามารถสอนถึงการดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เราคาดไม่ถึง และนี่คือภาพยนตร์ทั้ง 3
เรื่องที่ดูแล้วจะทำให้คุณรอดชีวิตได้แน่นอนแม้จะถูกปล่อยเกาะหรือหลงป่าก็ตาม
Cast Away
โครตหนังเอาตัวรอดตลอดกาลอันดับหนึ่งของโลกหากจะยกประโยคนี้มาเป็นตัวบ่งบอกความเป็น Cast
Away ก็คงว่าได้ เพราะนี่คือหนังที่เอาชีวิตรอดดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว โดยตัวเอกรับบทโดย ทอม
แฮงค์ ที่ต้องโชคร้ายหลังเขาเดินทางด้วยเครื่องยินส่วนตัวเพื่อไปคุยธุรกิจในต่างแดน
แต่กลับถูกพายุโจมตีเข้าใส่จนเครื่องไปตกอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่งก่อนที่จะพบว่าเหลือเพียงเขาคนเดียวที่รอด
ชีวิต และเกาะแห่งนั้นเป็นเกาะร้าง
ซึ่งไม่มีแม้กระทั่งอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้จึงทำให้พระเอกต้องหาของตามธรรมช
าติมาประยุกต์ใช้เพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปให้ได้
โดยในหนังจะสอนวิธีต่างๆไล่ตั้งแต่พื้นฐานการจุดไฟโดยไร้ไฟแช็คกันเลยทีเดียว
I Am Legend
หนุ่งในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เดินเรื่องด้วยชายเพียงคนเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในเมืองมนุษย์เพื่อไขปัญ
หาทางรักษาโรคประหลาดที่ทำให้คนกลายเป็นสัตว์ประหลาดกระหายเลือด
โดยมีเจ้าหมาสี่ขาคู่ใจเป็นเพื่อนคู่ชีวิตของเขา ซึ่งเรื่องนี้พระเอกรับบทโดย วิล สมิธต์
ที่ต้องคอยต่อสู้กับเชื้อไวรัสที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมายรวมถึงต้องคอยต่อสู้กับเหล่าผู้คนที่โดนไวรัสจนกล
ายร่างเป็นดาร์กซีเกอร์ ที่มีความดุร้าย และหิวโหยอยู่ตลอดเวลา
โดยจะออกล่าเหยื่อยามค่ำคืนทำให้เขาต้องคอยหาสิ่งของที่จะช่วยในการดำรงชีวิตอยู่ในเมืองร้างให้ได้
และเพื่อให้ปลอดภัยจากคมเขี้ยวของเหล่าดาร์กซีเกอร์ที่มีอยู่เต็มเมือง
127 Hours
อาจจะเป็นหนังที่ดูดอึดอัดเพราะเป็นการเอาชีวิตรอดที่ถ่ายทอดชีวิตคนเพียงคนเดียว
แต่เป็นหนังที่บอกอะไร และสร้างประโยชน์ให้กับคนดูได้เยอะเลยทีเดียว โดย 127 Hours
เป็นเรื่องราวที่อิงมาจากเรื่องจริงของชายคนหนึ่งผู้ชื่นชอบการเดินทางไปผจญภัยมรสถานที่อันตรายต่า
งๆ
แต่ก็ต้องโชคร้ายเมื่อเขาพยายามจะปีนเขาแต่เกิดพลาดท่าตกลงมาพร้อมกับแขนที่ถูกหินหนีบทับเอาไว้
ทำมห้ไม่สามารถหนีไปไหนได้จนต้องอดอาหารหิวโหย
และต้องคิดหาทางเอาตัวรอดตลอดเวลาโดยทุกๆวินาทีของหนังจะทำให้คนดูต้องคอยลุ้นตลอดว่าเขาจะส
ามารถเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ร้ายครั้นี้ไปได้หรือไม่…

เอาใจแฟนการ์ตูนดังซิบาสะส่องที่พัก TOKYO BAY YOKYU

อนิเมะชั่น

เอาใจแฟนการ์ตูนดังซิบาสะส่องที่พัก TOKYO BAY YOKYU
ใครที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลคงมีน้อยคนที่จะไม่รู้จักกัปตันซึบาสะ
การ์ตูนฟุตบอลที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลชั้นนำ
ซึ่งเป็นเรื่องของโอโซระ ซึบาสะ เขียนขึ้นโดยอาจารย์โยอิจิ ทากาฮาชิ
และด้วยความนิยมที่มีมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งโรงแรม Tokyo Bay Tokyu
ก็ได้นำกัปตันซึบาสะ ดัดแปลงเป็นห้องพัก โดยจะเปิดให้จองเพียงวันละ 1ห้องเท่านั้น
ในห้องพักตกแต่งด้วยภาพวาดที่สื่อถึงฉากสำคัญ 2 ฉากด้วยกันคือ
เมื่อตอนประถมสังกัดอยู่ในทีมนันคัตสึ เอสซี
และตอนที่ซึบาสะเป็นกัปตันทีมชาติญี่ปุ่น พร้อมกันนี้
ยังมีเสื้อกั๊กของทีมที่กัปตันซึบาสะสังกัดอยู่วางไว้ให้ใส่ในห้องพักด้วย
นอกจากนี้บริเวณชั้น 2 ของโรงแรม Tokyo Bay Tokyu
ได้มีการจัดนิทรรศการกัปตันซึบาสะร่วมกับ SOLum
ซึ่งทั้งห้องพักและนิทรรศการจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคมไปจน
ถึงวันที่ 30กันยายนนี้ใครชื่นชอบการ์ตูนเรื่องกัปตันซึบาสะต้องหาโอกาสไปพักให้ได้
โดยที่สามารถจองห้องพักได้ที่นี่
และด้วยความที่โรงแรมเปิดให้จองเพียงวันละหนึ่งห้อง ถ้าไม่รีบบอกเลยว่า
ไม่งั้นพลาดแน่นอน
น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก “กัปตันซึบาสะ”
การ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังเกี่ยวกับเรื่องราวของชีวิตเส้นทางของนักฟุตบอลที่ชื่อโอโซระ
ซึบาสะ ตั้งแต่เด็กจนเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
การ์ตูนที่สร้างแรงบันดาลใจในการเป็นนักกีฬาฟุตบอล
เขียนขึ้นโดยอาจารย์โยอิจิ ทากาฮาชิ ลงในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Shonen
Jump ครั้งแรกในปี 1981 จนถึงปัจจุบัน
กัปตันซึบาสะก็ยังคงได้รับความนิยมและมีแฟนๆติดตามอยู่มากมาย
และแล้ว Tokyo Bay Tokyu ก็ได้สร้างฝันที่เป็นจริงให้กับแฟนๆที่ชื่นชอบกัปตันซึบาสะ
เปิดให้จองห้องพักที่ตกแต่งด้วยเรื่องราวในเรื่องกัปตันซึบาสะแล้ว
โดยจะเปิดให้จองเพียงวันละ 1 ห้องเท่านั้น ในวันที่ 28 กรกฎาคมไปจนถึงวันที่ 30กันยายนนี้…

20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น

ภาพยนต์

20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น
ประเภท : ภาพยนตร์
แนว : ตลก
ผู้กำกับ : อาระ สุริหาร
ค่าย : CJ MAJOR
ฉาย : 24 พฤศจิกายน 2559
หยุดกับความเครียดไปซักหน่อยภาพยนตร์ไทยแนว Comedy, Romance, Drama
ครบทุกอถรรสอย่าง 20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น
ภาพยรตร์ไทยที่จะมาคลายเครียดให้กับคนใกล้เบื่อกับความแก่นำแสดงโดย ดาวิกา โฮร์เน่ สหรัถ สังคปรีชา
และ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ไปดูซะสนุกมาก
20 ใหม่ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น ครบทุกรสทั้ง ตลก ดราม่า รัก ถือว่าเป็นอะไรที่กลมกล่อม
ยิ่งอารมณ์ขันของเรื่องนี้ทำให้ผมขำได้แทบทุกมุข ด้วยการที่ขยี้อารมณ์ของเราให้เราตายใจ

ยังไม่เพียงแค่เนื้อเรื่องที่แสนสนุก งานภาพถือว่าทำได้ดีมากๆ ทั้ง แสง สี และ มุมกล้องต่างๆ
ที่ทำให้หนังดูน่าดูมาก ไปชมตัวอย่างเอาแล้วกัน

เรื่องย่อ
ปาน คุณย่าวัย 74 ปี หัวดื้อชอบต่อราคา ไม่ยอมคน เมื่อลูกหลานในบ้านวางแผนส่งคุณย่าไปบ้านพักคนชรา
ก่อนที่เธอจะรู้ความจริงปาน คุณย่าวัย 74 ปี ได้เดินออกจากบ้านไปด้วยความเศร้าและผิดหวัง
เธอเดินเรื่อยเปื่อยจนไปเจอร้านถ่ายภาพแห่งหนึ่งชื่อ "ฉายารำลึก"
ร้านถ่ายรูปเก่าแก่ที่เหลือเพียงร้านเดียวในสมัยก่อน ย่าปาน
ตัดสินใจเข้าไปในร้านเพื่อถ่ายรูปตั้งใจว่าจะเป็นภาพสุดท้ายของตน
แต่เมื่อออกมาจากร้านยายป่านย้อนวัยกลับไปสู่วัยสาว 20 ปี
แบบไม่รู้ตัวเธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยได้ทำในอดีต
รวมถึงวิ่งหาความฝันที่ยังไม่สำเร็จที่อยากเป็นนักร้องผู้มีชื่อเสียงของเธอ…

ภาพยนต์ ก็อตซิลล่าราชาแห่งสัตว์ประหลาด

ก็อตซิลล่า

ตำนานหรือนิทานของชนชาติต่าง ๆ

หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ผิดแปลกจากสภาพแวดล้อมโดยทั่ว ๆ ไป หรือสัตว์ที่มนุษย์ไม่เป็นที่รู้จัก สัตว์ประหลาดถูกกล่าวถึงในตำนานหรือนิทานของชนชาติต่าง ๆ มาแต่อดีตแล้ว โดยคำว่า Monster ที่หมายถึง สัตว์ประหลาด หรือ อสูรกาย ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากภาษาละตินคำว่า Monstrum ซึ่งหมายถึง การเกิดสิ่งผิดปกติทางชีววิทยามักจะที่ถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ว่าสิ่งที่ถูกต้องภายในเพื่อธรรมชาติ

 

และถ้าจะพูดถึงสัตว์ประหลาดที่ได้รับความนิยม สูงสุด ก็คงจะเป็นก็อตซิลล่า สัตว์ประหลาดระดับตำนานที่มวลมนุษยชาติต้องรู้จักกันอย่างแน่นอน ก็อดซิลล่าที่ได้สมยานามว่าเป็น “ราชาแห่งสัตว์ประหลาดทั้งปวง” ซึ่งชื่อก็อตซิลล่าของมันมาจาก คิงคอง ผสมกับ ปลาวาฬ  รูปร่างของมันคล้ายๆ กับไดโนเสาร์ขนาดมหึมา มีแผงหนามแหลมคมอยู่ที่กลางหลัง และมีความสามารถในการ “พ่นไฟ” ที่เรียกว่า Atomic Beam ที่เป็นท่าไม้ตายสำคัญที่สุดของมัน ถูกวางตัวให้เป็นสัตว์ประหลาดผู้พิทักษ์ที่คอยรักษาสมดุลของธรรมชาติ แน่นอนว่า หมายถึงมันต้องคอยปกป้องโลกจากบรรดาสัตว์ประหลาดต่าง ๆ ที่ทำลายสมดุลของโลก

 

และแน่นอนในภาคนี้เป็นสัตว์ประหลาดโบราณนาม มิวโต ที่เกิดและเติบโตจนมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยการกินกัมมันตภาพรังสีจากนิวเคลียร์เป็นอาหารส่งผลให้โรงฟ้าฟ้าที่ญี่ปุ่นในปี 1999 ถล่มจนมีผู้เสียชีวิตมากมายรวมทั้งภรรยาของโจ โบรดี้ นักฟิสิกส์นิวเคลียร์ ที่ตายในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย ส่งผลให้เขาหมกมุ่นกับการค้นหาว่า มันเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นกันแน่ และเขาก็ได้พบว่า เหตุการณ์ในวันนั้นมีสัตว์ประหลาดนามว่า มิวโตข้องเกี่ยวและมันกำลังเดินทางไปยังอเมริกาเพื่อทำบางอย่างที่ปลุกให้ก็อตซิลล่าที่หลับใหลลืมตาตื่นขึ้นมาด้วย

 

ก๊อตซิลล่า คือตัวแทนของเหตุการณ์การทิ้งระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยฝ่ายพันธมิตรนำโดยอเมริกาได้ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดลงที่เมืองฮิโรชิม่าและนางาซากิของจักรวรรดิญี่ปุ่น จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้จิตใจของคนญี่ปุ่นจำนวนมากต่างประหวั่นพรั่นพรึงถึงความน่ากลัวของมหัตภัยนิวเคลียร์ จึงได้สร้างสิ่งที่เสมือนเป็นตัวแทนของความน่ากลัวนั้นขึ้นมา นั่นก็คือ ก๊อตซิลล่านั่นเอง ก๊อตซิลล่า ตามท้องเรื่องในหนังจะถูกตีความให้แตกต่างออกไปในแต่ละภาค บางภาคนั้นมันเป็นสัตว์ประหลาดที่พยายามจะเข้ามาทำลายล้างเมือง ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของธรรมชาติที่ต้องการจะทวงคืนมนุษย์ผู้ทำให้สิ่งแวดล้อมบนโลกต้องเสื่อมโทรมลง และในบางภาคมันก็ถูกเชิดชูให้เป็นเสมือนสัตว์เทพเจ้าที่คอยปกป้องมวลมนุษย์ จากการรุกรานของสัตว์ประหลาดตัวอื่นๆ ที่จ้องจะทำลายโลก…

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1960 : สปาร์ตาคัส

ภาพยนต์

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1960

เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Spartacus หรือ
สปาร์ตาคัส ที่ได้ เคิร์ก ดัสลาส พ่อของ ไมเคิล ดักลาส
มารับแสดงนำ ภายใต้ฝีมือการกำกับของ สแตนลี่ย์ คูบริค
เรื่องราวในภาพยนตร์ “สปาร์ตาคัส”
เริ่มต้นในยุคโรมันเฟื่องฟู ช่วง 200 ปีก่อนคริสตกาล
ซึ่งเป็นยุคที่พวกทาสต้องทำงานหนัก อดอยาก ทรมาน
และถูกขายต่อไปให้กับใครก็ได้หากราคาเป็นที่พึงพอใจ
โดยพวกทาสผู้ชาย จะถูกขายถูกซื้อไปใช้แรงงาน
ขณะที่พวกทาสผู้หญิง จะทำงานทุกอย่างที่ได้รับคำสั่ง
และเมื่อมีลูก ลูกก็จะเป็นทาส
และถูกขายออกไปเป็นทาสตลอดชั่วลูกชั่วหลาน
สืบเช่นนี้ไม่มีหมดสิ้น
สปาร์ตาคัส คือหนึ่งในทาสเหล่านั้น
และถูกขายต่อไปเป็นแรงงานในเหมืองแห่งหนึ่ง
ตามด้วยการขายต่ออีกทอดให้พ่อค้าทาสที่ชื่อ บาเทียตัส
หลังจากให้ความช่วยเหลือเพื่อนทาสจนถูกลงโทษได้การมัดตากแ
ดดจนกว่าจะตายไปเอง
หลังจากนั้น สปาร์ตาคัส ถูก บาเทียตัส นำตัวไปยัง คาปัว
เพื่อเรียนรู้การต่อสู้สำหรับประลองเพื่อความสนุกสนานของคนดู
ซึ่งเหล่านักสู้จะได้รับการดูแลอย่างดี ทั้งปัจจัย 4
ตลอดจนหญิงสาวมาบำเรอ
ซึ่งในรายของ สปาร์ตาคัส ทาง บาเทียตัส
ได้ส่งนางทาสเวริเนียให้
หวังแอบลอบดูกิจกามของทั้งคู่ผ่านเพดานห้องพัก ก่อน
สปาร์ตาคัส จะหลงรัก เวริเนีย จากใจจริง
ทำให้โดนกลั่นแกล้งจากหัวหน้านักสู้ผู้ไม่ลงรอยกับเขาตลอดเวลา
กระทั่งวันหนึ่ง แครสซัส ขุนนางโรมัน เดินทางมาเยือนคาปัว
พร้อมหลงไหลในความงามของ เวริเนีย
พร้อมยื่นข้อเสนอแกมบังคับเพื่อนำตัวไปอยู่ด้วย

การก่อกบฏของพวกทาสก็เริ่มต้นขึ้น โดยมี สปาร์ตาคัส
เป็นแกนนำ
แล้ว สปาร์ตาคัส ก็ได้พบกับ เวริเนีย ระหว่างทางไปกรุงโรม
เนื่องจากเธอแอบหนีจากเกวียนที่นำเธอไป
จากนั้นก็เป็นเรื่องราวของกองทัพที่ลุกขึ้นมาต่อกรกับกองทหารแห่
งกรุงโรม
พร้อมอาศัยการดำรงชีพด้วยการออกปล้นคนรวยช่วยเหลือคนจน
อย่างไรก็ตาม
บทสรุปสุดท้ายกลับเป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจที่เราไม่อาจกลั้
นน้ำตาเอาไว้ได้ เมื่อ สปาร์ตาคัส ที่ลุกขึ้นต่อสู้มาตลอด
สามารถปลดปล่อยเลือดทาสของภรรยา เวริเนีย และลูกน้อยได้
แม้ตัวเองจะเผชิญกับหนทางไปสู่นรกก็ตาม
ทั้งหมดทั้งมวลคือเนื้อหาโดยย่อของเรื่องราวในภาพยนตร์
สปาร์ตาคัส
ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของกรุงโรม
รวมถึงการใช้ชีวิตของเหล่าทาสที่เต็มไปด้วยการกดขี่ข่มเหงทั้งทา
งร่างกายและจิตใจ
ซึ่งหากใครต้องการเก็บเกี่ยวประสบการณ์และต้องการศึกษาประวั
ติศาสตร์กรุงโรมยุคเก่าไปในตัว สปาร์ตาคัส
คือภาพยนตร์ชั้นครูที่ไม่ควรพลาด ด้วยทุนก่อสร้างเพียง 10
ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่กลับทำเงินทั่วโลกเกือบ 100
ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ…